Saturday, April 7, 2007

Art Criticism - Siamrath Weekly 1978 -Pishnu Supanimitr

1978/ 2521
พิษณุ ศุภ. สวัสดีปีใหม่ ส.ค.ส. จากกรมศิลปากร1 มกราคม 2521
เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ คุณพิษณุจึงสนใจกล่าวถึง ส.ค.ส. ที่จัดทำขึ้นโดยกรมศิลปากร ในตอนต้นได้กล่าวถึงพัฒนาการของ ส.ค.ส. ในประเทศไทยก่อน โดยแสดงความเห็นว่า การ์ด ส.ค.ส. ในตลาดทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งเทคนิคการพิมพ์ หรือลักษณะของการออกแบบดีไซน์
สำหรับ ส.ค.ส. ของกรมศิลปากรในปีนี้ คุณพิษณุแสดงความยินดีที่กรมศิลปากรจัดพิมพ์ ส.ค.ส. เป็นภาพศิลปะวัตถุของไทย ซึ่งจัดจำหน่ายที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ โดยคุณพิษณุเสนอแนะว่าน่าจัดพิมพ์ภาพลักษณะนี้ได้อีกหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ภาพทิวทัศน์โบราณสถานของไทยในยุคสมัยต่าง ๆ ภาพพระพุทธรูป ภาพหัวโขน ภาพเครื่องสังคโลกหรือเครื่องเบญจรงค์ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง หรือแม้แต่ภาพศิลปะร่วมสมัย สิ่งเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น ส.ค.ส. โปสเตอร์ต่าง ๆ จะช่วยเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณค่าแก่คนทั่วไปได้อย่างกว้างขวาง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่มีโอกาสไปดูศิลปะเหล่านี้ได้ในสถานที่จริง จึงขอเสนอไปยังท่านอธิบดีกรมศิลปากร

Pishnu Sup. “Happy New Year: New Year Cards from Fine Arts Department.” Year 24, Vol. 27, (1 January 1978) : 36 – 37).
Pishnu reviews the recent history of New Year’s greeting cards and notes that the Fine Arts Department had a very limited edition of cards featuring pictures of Thai art treasures such as mural paintings. They were sold out too quickly. Noting that greeting cards find their way all over the world, and come by post to the houses of rich and poor, young and old alike, Pishnu urges the Fine Arts Department to print a wider selection of greeting cards featuring Thai art and artifacts, both ancient and modern, and in larger quantities. Other countries already use pictures of their national art treasures for greeting cards. Why shouldn’t the Fine Arts Department do the same?


พิษณุ ศุภ.เป้าหมายของการศึกษาศิลปะ เส้นทางอันแสนยาวนาน 8 มกราคม 2521
คุณพิษณุมีโอกาสได้รับสูจิบัตรงานแสดงศิลปะกรรมของนักเขียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครั้งที่ 2 จากเพื่อนที่เชียงใหม่ ถือว่าเป็นนิทรรศการศิลปะที่น่าสนใจ เพราะว่าจังหวัดเชียงใหม่นั้นจัดว่าเป็นศูนย์กลางทางศิลปะวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ และปัจจุบันเชียงใหม่ก็ยังเป็นเมืองอันดังสองรองไปจากกรุงเทพ แต่กลับขาดความเคลื่อนไหวทางศิลปะ และสถาบันศิลปะที่มีการเรียนการสอนอย่างจริงจัง ทำให้ประชาชนขาดอาหารทางใจ การแสดงศิลปกรรมของนักเรียนครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง ในฐานะที่เป็นเด็กเล็ก แต่ทำหน้าที่ป้อนอาหารทางใจให้กับคนเชียงใหม่ การจัดงานถือว่าประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีผู้เข้าชมงานถึงวันละ 300 คน
ประเด็นที่คุณพิษณุต้องการกล่าวถึงในการจัดงานนี้อยู่ที่เนื้อหาสาระของบทความที่ได้นำลงที่สูจิบัตรครั้งนี้ ที่ได้พูดถึงปัญหาและเป้าหมายของการศึกษาศิลปะ
เป้าหมายแรก คือการพัฒนาบุคคลที่มีธรรมชาตินิสัยอยู่แล้ว คือครูสอนศิลปะมีหน้าที่กระตุ้นชักจูงให้เด็กสร้างสรรค์ได้อย่างถูกต้องและเป็นอิสระ
เป้าหมายที่สองคือการพัฒนาทางการศึกษาศิลปะ สิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญคือครูสอนศิลปะส่วนใหญ่ขาดคุณภาพ เพราะว่าขาดประสบการณ์เฉพาะด้าน ครูที่สอนศิลปะนั้นเป็นครูที่เชี่ยวชาญในสาขาอื่นแต่ต้องมาสอนศิลปะด้วย
เป้าหมายสุดท้ายและสำคัญที่สุด คือการพัฒนาศิลปะของชาติ ประเทศชาติขาดแคลนงานศิลปะที่เป็นตัวอย่างที่ดี มีคุณค่า และขาดศิลปินที่อุทิศตัวเพื่อศิลปะอย่างจริงจัง ประการสุดท้ายนี้ คุณพิษณุคิดว่าเป็นเป้าหมายที่อยู่นอกขอบข่ายที่จะทำให้สำเร็จได้ด้วยคนเพียงไม่กี่คน



Pishnu Supanimitr. "The Goal of Art Education: A Long Road Ahead.” Year 24, Vol. 28, ( 8 January 1978):28 -29
Friends sent a catalog from an art exhibition by the students of the Demonstration School of Chiengmai University. Pisanu comments that Chiengmai is no longer the active center of art and culture it once was. There is no movement in the artworld in Chiengmai today, no university development of art teaching. Support comes from USIS rather than from the local government. Art education should develop the talents of gifted children, encouraging rather than forbidding them to express their gifts. Pisanu rages at teachers who punish children for doodling, or who force them to copy pictures from magazines. Art teachers need more training if children are to become more creative. People become hardened to beauty in the modern world. Pisanu notes sarcastically that the burden of developing the art scene in Chiengmai is being carried by the children of the Demonstration School.
พิษณุ ศุภ. เรื่องเก่ามาเล่าใหม่ สมาคมศิลปกรรมแห่งชาติ 15 มกราคม 2521
บทความมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการประชุมใหญ่ของสมาคมศิลปกรรมแห่งชาติ ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรในวันที่ 22 ธันวาคม 2520 โดยได้จัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินงานของสมาคมชุดใหม่ ผลคือได้ นายกสมาคม เป็น คุณมีเซียม ยิบอินซอย อุปนายกได้แก่ ม.จ. การวิก จักรพันธุ์ และเลขาธิการได้แก่ คุณอิทธิพล ตั้งโฉลก
สมาคมศิลปกรรมแห่งชาติแต่เดิมชื่อว่า สมาคมศิลปินแห่งชาติ สาขาพลาสติกอาร์ต (IAPA) ก่อตั้งเป็นครั้งแรกปี พ.ศ. 2496 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยได้รับนโยบายมาจาก UNESCO ศาสตราจารย์ศีลป พีระศรี รับตำแหน่งนายกสมาคม ทางสมาคมได้มีการเข้าร่วมประชุมศิลปกรรมระหว่างชาติหลายครั้งในหลายประเทศ ต่อมาศาสตราจารย์ศีลป ได้ถึงแก่กรรมเมื่อปี 2505 และส่งผลกระทบถึงสมาคมศิลปกรรมแห่งชาติ ซึ่งได้เก็บตัวเงียบนานถึง 15 ปีเต็ม จนปัจจุบัน คุณพิษณุจึงรู้สึกยินดีที่จะมีการฟื้นฟูการดำเนินงาน ซึ่งเป็นการเปิดโฉมหน้าใหม่ของวงการศิลปะ ทำให้ศิลปินมีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนความคิด เป็นนิมิตหมายอันดีต่อวงการศิลปะไทย ท้ายสุดผู้เขียนได้แสดงความยินดีกับคณะกรรมการศิลปกรรมแห่งชาติชุดใหม่ด้วย

Pishnu Supanimitr. “An Old Story Retold: The National Art Association.” Year 24, Vol.29, (15 January 1978) : 28 – 29.
Uncertain whether this news should be regarded as a step forward or backward, Pishnu reports on the meeting at Silpakorn University last month of the National Art Association and the election of a new committee. The atmosphere was friendly enough for the junior and senior artists who seldom get together this way. Misiem Yipinsoi was elected President, M.J.Karawik Chakraphand, Vice President, and Ittipol Tangchalok, Secretary. Pishnu briefly reviews the history of the association, whose first president was Professor Silpa Bhirasri. After a lull of inactivity for 15 years, this is a new opportunity to bring artists together, to create better understanding, and to work for the benefit of the nation’s art scene.


พิษณุ ศุภ. หัวข้อ กมล ทัศนาญชลี ศิลปินไทยผู้ได้รับรางวัลดีเด่นจากอเมริกา 22 ม.ค. 2521
กมล ทัศนาญชลี จิตรกรและศิลปภาพพิมพ์ชาวไทยได้รับรางวัลดีเด่น C.A. Artist’ Grant ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งคุณกมล เป็น 2 ใน 10 ของศิลปินที่ได้รับรางวัลจากผู้ร่วมแข่งขันหลายร้อยคนและคุณกมลเป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียวที่ได้รับรางวัลนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลจะได้รับเงินจำนวนหนึ่ง และทุนสำหรับสร้างงานศิลปะ และรัฐจะดูแลเรื่องความเป็นอยู่ รวมทั้งประกันสุขภาพ โดยมีขัอแม้ว่า ศิลปินจะต้องทำงานศิลปะ 2 ชิ้น ให้กับรัฐเพื่อแสดงต่อสาธารณชน และผู้เขียนได้แสดงความชื่นชอบต่อคุณกมล ที่สามารถคงความมีอุดมคติในการทำงานศิลปะแม้จะอยู่ต่างแดนได้


Pishnu Supanimitr.. “Kamol Tassananchali – Thai Artist Takes Honors in America.” Year 24, Vol. 30, (22 January 1978) : 30 – 31.
Readers who are fans of Siamrat Daily should know the good news which made us proud for a Thai artist at the end of last year. Good news in art appeared for the world to see: a Thai person, receiving honors that reflected well on his homeland. Pishnu describes Kamol’s life and work in Thailand and America. Kamol received an award for his outstanding work in an art competition early in December, 1977. Of hundreds of artists in California, 10 were honored. Kamol was the only Asian in these top 10. His prize was a CETA Artist’s Grant from the state of California. The prize purse was the equivalent of around 200,000 baht. Pishnu had never met Kamol personally, but had heard of his perseverance and devotion to his art. Pishnu praises Kamol for continuing to develop his art in the face of temptations to give up the long battle in favor of a comfortable life. Kamol didn’t ‘sell his soul’ in America.


พิษณุ ศุภ. หัวข้อ “ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา” 29 ม.ค. 2521
เป็นการสรุปความเคลื่อนไหวของวงการศิลปกรรมไทยในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาโดยคร่าวๆ
1. คุณกมล ทัศนาญชลี ได้รับรางวัลดีเด่น CETA. Artist’ Grant ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้รางวัลเป็นเงินสดสองแสนบาท และได้เงินค่าอุปกรณ์ในการทำงานศิลปะ
2. ดำรง วงศ์อุปราช ได้แสดงงานภาพเขียนที่เขียนขึ้นระหว่างการเดินทางไปญี่ปุ่น โดยนิทรรศการจัดขึ้นโดยมูลนิธิญี่ปุ่นกับสถาบันวัฒนธรรมไทย
3. สมาคมศิลปกรรมแห่งชาติไทยได้กลับฟื้นมาใหม่หลังจาดหายไป 15 ปี โดยมีนายกสมาคมคนใหม่คือ คุณมีเซียม ยิบอินซอย เป็นนายกสมาคม
4. คณะผู้แทนของสมาคมศิลปกรรมแห่งชาติญี่ปุ่น 3 ท่าน ได้เข้าเยี่ยมเยียนนายกสมาคมศิลปกรรมแห่งชาติคนใหม่ มีจุดประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิชาการศิลป
5. กล่าวถึงการจัดงานวันเด็กแห่งชาติที่หอศิลป์ พีระศรี ซึ่งมีกิจกรรมการประกวดภาพเขียนของเด็ก
6. การเดินทางกลับมาของศิลปินไทยจากอินเดีย คือ คุณประพันธ์ ศรีสุตา หลังจากได้เดินทางไปอินเดียด้วยทุนรัฐบาล 3 เดือน



Pishnu Supanimitr.. “During the Past Two Months.” Year 24, Vol. 31 (29 Jan78) : 28 – 29
With a lull in the exhibition scene, Pishnu moans that he has ‘nothing to chew on’. He summarizes what has been going on in the last two months in Thailand’s art scene.
- First, Kamol Tassananchali received a CETA artists grant from the State of
California.
- Damrong Wong-uparat has a show at the German Cultural Institute, co-sponsored by the Japan Foundations, of 40 paintings from his recent study tour in Japan.
- The Art Association of Thailand, whose aim is to facilitate international exchanges of art and artists, but which has been inactive for 15 years, has begun to function again with the election of a new committee. (President, Misiem Yipinsoi; Secretary, Ittipol Tangchalok)
- Members of the Japanese Art Association visited the newly reactivated Art Association of Thailand and toured the Faculty of Painting at Silpakorn University, Chang Silpa and Poh Chang Colleges. The visit was aimed at arranging for cultural exchanges between the two countries.
- Nothing is better for children than art. The Silpa Bhirasri Gallery organized its annual art competition for children, along with a movie and a show of robots created by students of Chulalongkorn University.
- Finally, Pishnu notes that he just welcomed Prapan Srisuta back from a 3-month tour of India on scholarship from the Indian government. The artist said he was very happy to be home again.



พิษณุ ศุภ. หัวข้อ อันเนื่องมาจากนิทรรศการ “เครื่องทอง” 5 ก.พ. 2521
กล่าวถึง นิทรรศการเครื่องทอง ที่พิพธภัณฑสถานแห่งชาติจัดโดยกรมศิลปากรเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ เปิดแสดงถึง 14 กุมภาพันธ์ ที่น่าสนใจคือ เครื่องทองเหล่านี้ถูกพบโดยบังเอิญในตู้เหล็กนิรภัยของกรมศิลปฯ ซึ่งปิดตายมานาน อธิบดีท่านสงสัยจึงตรวจค้นและพบเครื่องทองอันมีค่ามากมาย เช่น พระทาราวดีอายุกว่าพันปี พระมาลาทองคำของ ร.5 และพระพุทธรูปทองคำจำนวนมาก ผู้เขียนค่อนข้างติติงการทำงานของกรมศิลป์ในความไม่รอบคอบในการทำงาน ทั้งที่มีสมบัติล้ำค่าอยู่นานแต่กลับเพิ่งพบ



Pishnu Supanimitr..”On the Gold Work Exhibition.” Year 24, Vol.32, (5 Feb 1978) :30 – 31.
It’s gold, friends, at the National Museum, sponsored by the Fine Arts Department and on view for Children’s Day. Most people have never seen so much of the precious metal piled up in one place, a vast treasure of finely wrought objects ranging from earrings to Buddha images, from the ancient Dvaravati to the Rattanakosin period. Thanks to the Director of the Fine Arts Department, the public can finally see this hoard of gold which had been forgotten since around1942, when it was apparently assembled in secret readiness for evacuation due to wartime dangers. The treasure chest, almost a cubic meter in size, contained almost 1,000 gold objects, all in very good condition. And there is even more treasure in Thailand, says Pishnu, in reference to the National Art Gallery. The Gallery is also under the auspices of the Fine Arts Department, which managed to open the premises for a single exhibition but has since had its doors closed for almost 6 months. They say it will be closed for repairs for another 4-5 months. Don’t let the Director find a piece of modern art in the Gallery, says the writer, sarcastically, in closing.


พิษณุ ศุภ .ศิลป “DADA” กับละคร “ABSURD” ละครตลกที่ไม่น่าหัวเราะ12 กุมภาพันธ์ 2521
คุณพิษณุมีโอกาสชมละครเรื่อง “ยอดปรารถนา” ของคณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งกำกับการแสดงโดย อาจารย์สดใส พันธุมโกมล แม้ว่าละครเรื่องนี้จะมีผลตอบรับจากคนดูไม่ดีเท่ากับละครเรื่องอื่นที่อาจารย์สดใสเคยกำกับ แต่ก็เป็นละครที่มีความน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว
“ยอดปรารถนา” เป็นละครประเภท “แอบเสิร์ด” ซึ่งถ้าเทียบกับงานศิลปะก็คงจะคล้ายกับภาพเขียนแอ็บสแตร์ค ซึ่งคนไทยมักจะไม่ชอบงานศิลปะที่ซับซ้อน เข้าใจยาก ละคร “แอบเสิร์ด” เกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในเวลาเดียวกันกับการเกิดศิลปะลัทธิ DADA ทั้งสองอย่างเป็นศิลปะที่สะท้อนชีวิตของมนุษย์ที่ไร้สมรรถภาพในการดำรงชีวิตอยู่ เป็นภาพอันไม่สมประกอบของสังคมของมนุษย์
คุณพิษณุยังได้กล่าวถึงการแสดงบทบาทของ 5 นักแสดงในเรื่องว่าสามารถถ่ายทอดบุคลิกลักษณะบทบาทของตนเองได้ดีทุกคน เนื้อหาในบทละครล้วนเป็นการประชดเสียดสีสังคม ซึ่งที่จริงแล้วละคร “แอบเสิร์ด” ส่วนใหญ่เป็นละครตลกขบขัน แต่ในความตลกขบขันนั้นมักมีสิ่งเคลือบแคลงอันเป็นความจริงที่น่าสงสัยในเสียงหัวเราะเหล่านั้น เหมือนกับในชีวิตของมนุษย์



Pishnu Supanimitr.. “DADA and Theatre of the Absurd: A Funny Play That Shouldn’t Be Laughed At.” Year 24, Vol. 33, ( 12 February 1978) : 30 – 31.
Pishnu discusses the origins of ‘theatre of the absurd.’ He compares the difficulty of understanding this sort of expression with the difficulty of understanding abstract art. Pishnu hypothesizes that Thai people are not comfortable with difficulty art like this because they love peace, simplicity and tradition. Or perhaps modern life is already difficult and confusing, so people can’t put up with strange images and absurd stage plays. The play, organized by the Faculty of Arts, Chulalongkorn University, is funny, says Pishnu, but absurd. The audience must sometimes ask themselves why they are laughing so hard.

เรือนแก้ว หัวข้อ ขอมสมาดโขลญลำพงครองสุโขทัยจริงหรือ? 19 ก.พ. 2521
ในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 2 ที่กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า พ่อขุนบางกลางหาวรบกับ “ขอมสมาดโขลญลำพง” เพื่อชิงเมืองสุโขทัย ซึ่งแต่เดิมมีข้อสันนิษฐานว่า ขอมสมาดโขลญลำพงเป็นขุนนางชาวขอมที่กษัตริย์ขอมส่งมาปกครองเมืองสุโขทัย แต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว อาจารย์ทองเจือ ศุภมาร์ค แห่งกรมศิลปากรเสนอความคิดใหม่ว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ คำว่าขอมสมาดโขลญลำพง นั้นแปลว่า เขมรเส็งเคร็ง (กระจอก) และมีตำแหน่งต่ำ จึงไม่น่าจะมาปกครองสุโขทัย นักโบราณคดีรุ่นใหม่เชื่อว่า ขอมสมาดโขลญลำพงนั้นก่อกบฎในช่วงพ่อขุนศรีนาวถม และสุดท้ายก็ถูกปราบโดยพ่อขุนผาเมืองและพ่อขุนบางกลางหาว พระราชโอรสของพระองค์


พิษณุ ศุภ. หัวข้อ แจ๊สส์ญี่ปุ่น การเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมที่สมบูรณ์ 26 ก.พ. 2521
มีการแสดงดนตรีแจสส์จากญี่ปุ่นมีชื่อว่าคณะ Sharp & Flats ที่โรงละครแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8-9 ก.พ. ที่ผ่านมา จัดขึ้นโดยมูลนิธิญี่ปุ่น สถานฑูตญี่ปุ่น และกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย คณะ Sharp & Flats มี ไนบูโอ ฮารา เป็นผู้ควบคุมวง คณะดนตรีนี้เคยร่วมแสดงกับศิลปินนักดนตรีระดับโลกมาแล้วเช่น แน๊ตคิงโคล แพ๊ท บูน สิ่งที่น่าชื่นชมก็คือ วงดนตรีคณะนี้สามารถสร้างสำเนียงของดนตรีที่มีลักษณะของญี่ปุ่นได้ทั้งที่เป็นดนตรีแจสส์ ซึ่งแสดงให้เห็นอัจฉริยะภาพของนักดนตรีญี่ปุ่น


Pishnu Supanimitr.. “ Japanese Jazz – Sharing Flawless Art and Culture” Year 24, Vol 35, (26 February 1978) : 28 – 30.
Moved and delighted by the performances in the National Theatre of the distinguished Japanese jazz band, Sharps and Flats, Pishnu notes that this is only the most recent treat for Thai audiences sponsored by the Japan Foundation and the Japanese Embassy. Thai audiences have enjoyed a number of distinctive artistic events from Japan in the past year, for example, from kabuki theatre and an exhibition of Japanese prints. Giving a general account of the band’s outstanding professional accomplishments, Pishnu admires their creative experiments in blending jazz and classical elements, and their rendering of jazz compositions with a Japanese character. That jazz can be adopted by musicians all over the world shows how universal art can be. Pishnu recalls with admiration the light show that enlivened the performance, and closes with high praise for the quality of this impressive cultural exchange.

พิษณุ ศุภ. การแสดงงานศิลปะที่หอศิลป์พีระศรี จากนักสะสมศิลปะผู้มีชื่อเสียง ปีที่ 24 ฉบับที่ 36 ( 5 มีนาคม 2521) 30 – 32.
ที่นิทรรศการศิลปะ “ไปรเวทคอลเลคชั่น” ซึ่งเป็นนิทรรศการศิลปะของศิลปินไทยที่นักสะสมศิลปะได้ซื้อหาไว้เป็นสมบัติส่วนตัว จัดแสดงขึ้นที่หอศิลป์ พีระศรี ถ.สาธรใต้ และจะเปิดแสดงอยู่จนถึงวันที่ 17 มีนาคม
ท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการนี้ ซึ่งมีผลงานศิลปะที่มีคุณค่าของศิลปินดังหลายท่านมาจัดแสดงที่นี่ ผลงานจำนวนหลายชิ้นเป็นผลงานที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน อาทิเช่น ผลงานของคุณถวัลย์ ดัชนี ที่ท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ สะสม หรือพลโทเฉลิม ไพธิพิทักษ์ ซึ่งมีผลงานของศิลปินยุคบุกเบิกมากมาย เช่น ผลงานของอาจารย์ชลูด นิ่มเสมอ อาจารย์ประหยัด พงษ์ดำ หรือสมบัติของคุณมีเซียม ยิบอินซอน ซึ่งมีผลงานของท่านอาจารย์เขียน ยิ้มศิริ อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์
คุณพิษณุเชื่อว่านักสะสมศิลปะนั้น เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมากในวงจรศิลปะที่จะช่วยเคลื่อนให้ศิลปะมีความก้าวหน้าขึ้น โดยเฉพาะในประเทศของเราขณะนี้ ที่ยังไม่มีหอศิลป์แห่งชาติ ที่สะสมงานศิลปะอย่างจริงจัง นักสะสมศิลปะเอกชนเหล่านี้จึงต้องทำหน้าที่แทนรัฐบาลไปก่อน และแสดงความขอบคุณต่อนักสะสมงานศิลปะเหล่านี้ที่ช่วยทำให้เราได้มองเห็นวิวัฒนาการของงานศิลปะ และช่วยสร้างรากฐานวงการศิลปะไทย


Pishnu Supanimitr. “Private Collections on Exhibition at the Bhirasri Gallery.” Year 24, Vol. 36, (5 March 1978) : 30 – 32.
Pishnu praises the Bhirasri for its forward looking exhibition of the holdings of private collectors, possibly the first such exhibition in Thai history. The show has some good quality artworks, most of which have never been on public exhibition before. Pishnu emphasizes the importance of private collectors in keeping the vitality of the artworld. The cycle of art cannot progress without dedicated collectors. Pishnu talks about the different inspirations for collecting. Kukrit Pramote (who opened the exhibition) collected the works of Tawan Dachanee since the artist was a student. Pishnu mentions about 12 different collectors of the works of at least 17 artists. Lieutenant General Chalerm Potipitak is a collector of the pioneers of modern art in Thailand, and has many early works, seldom seen, of Chalud Nimsamur, Prayat Pongsdam and Manit Pu-ari. Mom Kobkaew Arpakorn aquired works by Tawi Nantakwang. Richard Frankel and his wife have works by Tawan Dachani, Prapan Srisuta and Wirote Nuibutr. Misiem Yipinsoi, besides being an artist, has also long been a collector, and has works by Khien Yimsiri, Fua Haripitak, Chalud Nimsamur, Prayad Pongsdam, Anond Pannin and Pichai Nirand. M.R.Pantu Tipaybaripantr also holds work by Anond Pannin. Khunying Sersakdi Sombatsiri collected work by Damrong Wonguparat. Pensiri Kiengsiri obtained sculpture by Misiem Yipinsoi. Somsiri Thephusadin has abstract works by Chalud Nimsamur. Jit Boonsung loaned work by Chakraphan Posyakrit for this exhibition. Wichai Chinalai loaned work by Pira Pattanapiradet. Finally, a Mr. Cockcroft loaned prints by Decha Worachun and Wichai Kankulsoontorn. In closing, Pishnu thanks the collectors for their support of the contemporary art world. He calls upon ‘you people of wealth…when you get bored with entertainments…with your leftover cash from eating out at seafood restaurants…try investing in a good work of art.”


พิษณุ ศุภ. “ “เพชรบุรีแกลลอรี่” สถานจำหน่ายงานศิลปหรือหอศิลปที่ดีเท่าที่มีอยู่.” สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์. ปีที่ 24 ฉบับที่ 37 (12 มีนาคม 2521):30-31
เป็นบทสัมภาษณ์ คุณเอนก ขวัญชัยพฤกษ์ เจ้าของกิจการหอศิลปเพชรบุรี หรือ “เพชรบุรีแกลลอรี่” ซึ่งเป็นสถานที่จำหน่ายงานศิลปะที่มีกิจกรรมใหญ่โตและมั่นคงที่สุด ในหอศิลปแห่งนี้มีงานศิลปะที่มีมาตรฐานถึง 100 กว่าชิ้น โดย คุณเอนก ได้เป็นผูซื้อเก็บไว้ และมีผลงานของศิลปินดังเช่น อาจารย์เขียน ยิ้มคีรี อาจารย์ประหยัด พงษ์คำ ถวัลย์ ดัชนี สวัสดิ์ สันติสุข ฯลฯ และคุณเอนกกล่าว่างานที่ขายได้มักเป็นงานตลาดที่มีคุณภาพ และราคาไม่แพง งานศิลปะแบบสมัยใหม่ขายได้ยากเพราะศิลปินตั้งราคาไว้สูงมาก นอกจากการขายงานศิลปะแล้วยังมีห้องแสดงงานศิลปะให้ความรู้กับคนทั่วไปอีกด้วย


Pishnu Supanimitr.. “Petchburi Gallery: A Place to Sell Art or As Good A Museum As We Can Get?” Year 24, Vol.37, (12 March 1978): 30 – 31.
An interview with Anek Kwanchaiyapreuk, the owner of Petchburi Gallery. Anek, who had collected more than 100 pieces, describes the different types and grades of artwork, the local and foreign buyers, the role of very modern works of art in the gallery, the pricing and selling of art, and the role of the gallery in bringing art to the people, especially to students, as well as some of the difficulties that arise between artists and the gallery. Petchburi Gallery handles works by Khien Yimsiri, Prayat Pongdam, Thawan Dachani, Sawat Tantisuk and many others.* The gallery sells popular works of good quality. The very modern pieces are more difficult to sell because artists price them so high.
*Preecha Taothong, Angkarn Kalyanpongse, Chalerm Nakirakse, Decha Worachun, Kamol Suwutho, Wichienket Chamlieng, Kietisak Chanonarod, Pira Patanapiradej, M.L.Phum Malakul.
* Pictured: sculpture by Khien Yimsiri, drawing by Angkarn Kalyanpongse, interior of the Petchburi Gallery.


Pishnu Supanimitr. “Another Chat with a Judge of the National Art Exhibition – Khun Misiem Yip Insoi.” Year 25, Vol.38, (19 March 1978) : 36 – 38.
Pishnu now interviews the presiding judge Misiem Yip Insoi [pictured], age 72, a three-time gold medalist in the National Art Exhibition, and so far the nation’s only female artist to be honored as a ‘master’. Misiem describes the process of elimination to select the top works in the show. She sympathizes with her fellow judge, Chalood Nimsameur, who bemoaned the committee’s lack of prize money. Although Preecha Taotong’s gold medal painting repeated a familiar theme, Acharn Sawat said the artist had improved so much, he should be rewarded. He improves by degree, said Sawat, not all at once. Misiem noted that she tended to choose the works she liked, then search for reasons to defend her choice. In particular, the quality of graphic art has improved, but the quality of sculpture has deteriorated. Eastern people tend to prefer graphic art, she said. It is more light-hearted. The paintings appear to have been such hard work to make. The exhibition hall was too small, crowded, hot, and the décor not always appropriate to the works on display. On the contemporary art scene in Europe: ‘They heap a pile of cloth on the floor and call it sculpture.’ Khun Misiem has seen art shows in Europe packed, but never like that in Thailand. ‘Why is it like this?’ she concludes sadly.

พิษณุ ศุภ. ประเทือง เอมเจริญ ผู้สร้างศิลปะเพื่อชีวิตตัวจริง 22 มีนาคม 2521
ในฉบับนี้ คุณพิษณุต้องการปูพื้นผู้อ่านเพื่อให้ทราบถึงเส้นทางชีวิตของศิลปิน คือ คุณประเทือง เอมเจริญ ก่อนที่ฉบับหน้าจะเป็นการกล่าวถึงผลงานของศิลปินผู้นี้ที่กำลังจะเปิดแสดง
คุณพิษณุมีความเชื่อว่า คุณประเทือง เป็นผู้หนึ่งซึ่งเหมาะกับคำว่า “ศิลปิน” ซึ่งเป็นคำที่ศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากสาเหตุสำคัญคือความบริสุทธิ์ใจและความจริงใจในการทำงานศิลปะของคุณประเทือง อันพิสูจน์ได้จากการอุทิศชีวิตให้กับการทำงานศิลปะ คุณพิษณุได้เล่าถึงประวัติและเส้นทางการทำงานศิลปะอันยากลำบากของคุณประเทือง เริ่มต้นจากคนที่ยากจนไม่มีการศึกษา ทำงานรับจ้างเป็นกรรมกร จนกระทั่งได้มีโอกาสมาทำงานที่บริษัทโฆษณา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการได้เข้าหาศิลปะ จากนั้นได้มีโอกาสเข้าไปทำงานวงการภาพยนตร์ และจุดผกผันของชีวิตที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณประเทืองในการทำงานศิลปะอย่างเต็มตัวคือการได้มีโอกาสชมภาพยนตร์เรื่อง Lust for Life เป็นภาพยนตร์ชีวประวัติของ วินเซนต์ แวนโก๊ะ ศิลปินผู้โด่งดัง คุณประเทืองได้สละอาชีพการงานที่ทำเงินได้มากเพื่อทำงานศิลปะ และหาเงินเลี้ยงครอบครัวจากการขายกาแฟในช่วงเช้าเท่านั้น ด้วยความมุ่งมั่นในที่สุดคุณประเทืองก็ประสบความสำเร็จ ได้รับการยอมรับจากวงการศิลปะ ผู้เขียนนั้นต้องการจะยกตัวอย่าง คุณประเทือง ว่าเป็นศิลปินที่สร้างศิลปะเพื่อชีวิตจริง ๆ ไม่ใช่การเขียนรูปอย่างฉาบฉวย

Pishnu Supanimitr. “Prateuang Emcharoen: Making Art For Life – the Real Thing.” Year 24, Vol. 39, (26 March 1978) : 30 – 32.
Pishnu begins with a sarcastic political reference to the placement of artists on the ‘left’ or on the ‘right’. For Pishnu, Prateuang [pictured] is a true artist, above politics. For Pishnu, the term ‘artist’ is sacred. Pishnu cites Prateuang’s [pictured] life, his purity of heart and his sincerity, describing the artist’s very hard life, and how he was inspired by a movie dramatizing the life of Vincent van Gogh. Prateuang let go of his hard-won comfort and security to follow the path of high art. Prateuang’s struggle, his total determination and dedication paid off at last with recognition and acceptance by the art world. Pishnu praises the humanity and vitality of Prateuang’s art, which reflects his sufferings and joys. These are not carelessly made pictures for political propaganda, notes Pishnu fiercely. This is real ‘art for life.’ Having told the dramatic story of Prateuang’s early struggles, Pishnu will next discuss the artist’s work, which is on exhibition at the German Cultural Institute. (works pictured)

พิษณุ ศุภ. “จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าฯ” ถึง “กระท่อม” ของ ประเทือง เอมเจริญ 2 เมษายน 2521
ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วที่คุณพิษณุได้เล่าถึงเส้นทางชีวิตในการต่อสู้เพื่อการทำงานศิลปะของคุณประเทือง บทความฉบับนี้นั้นกล่าวถึงผลงานชิ้นเด่นของคุณประเทืองที่กำลังเปิดแสดงอยู่ที่สถาบันวัฒนธรรมเยอรมัน คุณพิษณุเน้นว่างานศิลปะของคุณประเทืองเป็นการแสดงทรรศนะโดยการรวบรวมประสบการณ์ชีวิตหลาย ๆ ด้านของศิลปินเอง ดังนั้น ถ้าหากรู้จักชีวิตของศิลปินก็จะเข้าใจงานศิลปะได้ไม่ยาก
คุณพิษณุได้เปรียหบเทียบผลงาน 2 ชิ้นของคุณประเทืองที่มีรูปแบบและสร้างคุณค่าในช่วงเวลาต่างกัน คือ “จันทร์เอ๋ยจันทร์ขอข้าวให้ข้าอิ่ม” (ปี พ.ศ. 2519) กับผลงานที่นำมาแสดงในครั้งนี้ชื่อ “กระท่อมหมายเลข 5” ทั้งสองภาพเสนอเรื่องราวชีวิต แต่ต่างกันที่การเน้นเรื่องราว ในภาพแรก คุณพิษณุมองว่าขาดความสมบูรณ์เพราะแสดงเนื้อหาที่เป็นการเล่าเรื่องราวมากเกินไป จนจนแบ่งแยกความสนใจในสาระของศิลปะไปเสีย รูปคนนั้นขาดความสมบูรณ์ทางด้านโครงสร้าง จึงเกิดปัญหาทางด้านความงาม ในภาพที่ 2 ชื่อ “กระท่อมหมายเลข 5” เป็นภาพกระท่อมเก่าๆแทนการต่อสู้ของชาวนา คุณพิษณุเห็นว่าเป็นภาพที่แสดงความก้าวหน้า เป็นการนำเสนอเรื่องราวง่าย ๆ แต่เป็นภาพความจริงที่ได้เห็นอยู่ มีเนื้อหาที่เข้มข้นและรูปแบบชัดเจนขึ้น ภาพที่น่าสนใจอื่น ๆ อีก ได้แก่ “กล้าสีเขียว” “ข้าวเปลือกสีทอง” คลื่นข้าวเปลือก” และ “ลมกลางคืน” ศิลปินที่กล่าวถึง :- คุณประเทือง เอมเจริญ

Pishnu Supanimitr. “Prateuang Emcharoen: From ‘Moon, Oh Moon...’ to ‘Hut.’ “ Year 24, Vol. 40, (2 April 1978) : 30 – 31.
Having described Prateung’s life in last week’s column, Pishnu now makes a close examination of the artist’s words and art works. Pishnu gently takes apart Prateuang’s oft quoted words that he ‘learned art by looking to nature, to the sun and the mysteries of the universe.’ Such statements are too philosophical.. Nature is so vast a concept. Prateuang’s early works set goals too high and too far from his own nature, says Pishnu. They lack depth and are difficult to evaluate. He should stay close to his own direct life experience. Pishnu congratulates Prateuang on his sensible working habits. Pishnu simply, methodically, and thoroughly dissects Prateuang’s painting of a starving child asking the moon for a bit of rice to eat, showing its weaknesses as a work of high art. He then discusses Prateuang’s more successful painting of a farmer’s hut. Unlike the first example, feelings are generated here by expressive lines, color, shapes and composition rather than by storytelling. The modest little hut is unlovely, tired, but toughened by hard labor. Pishnu sees progress in this latest exhibition, but he urges that the next one be more selective, emphasizing quality over quantity of works presented. (works pictured)


­­
Pishnu Supanimitr.. "Art Thesis Exhibition: A Trend Toward Realism.” Year 24, Vol.41, ( 9 April 1978): 30 – 32.
Pishnu complains that student thesis exhibitions at the Faculty of Painting, Silpakorn University, have from the start in 1971, been mostly abstract art, which has left the public in uncertainty and doubt. Pishnu is pleased to announce that the student works in this year’s show (70 works by 13 graduating seniors) are all much more realistic. In this article, he describes 7 paintings, prints and sculptures by 6 students. He says, “Although the forms are understandable, they are creative and new, not copied from anywhere. Every piece has been carefully made and thought through, and reflects the views of the individual student with an angle on nature that is not seen by ordinary eyes.”


Pishnu Supanimitr.. “Art Thesis Exhibition (continued)” Year 24, Vol.42, (16 April 1978) : 30 – 32.
Pishnu gives detailed and sympathetic descriptions of the paintings and graphic art of 7 students. He looks carefully at the images of rooms, personal items and antique objects in the interiors and still lifes. There are also extreme images of nature such as a close-up of a large red worm eating green leaves. “You’ll feel disgusted with the clarity of the picture of the chewing worm,.moist, juicy, morbid… Just like the aesthetic of a Sam Peckinpaw movie,” he says, clearly enjoying the view. “Stop thinking that if it isn’t modern, it isn’t art,” he concludes with relish.


พิษณุ ศุภ. ศิลปินไทยผู้ไม่รู้จักยอมแพ้ ได้รับรางวันจากอเมริกาอีกแล้ว 23 เม.ย. 2521
กมล ทัศนาญชลี ได้รับรางวัล Grand Prize และรางวัล Purchase Award ประจำปีนั้น ในนิทรรศการศิลปภาพพิมพ์ประจำปีของ Brand V3 ที่เมืองเกสันเดล รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีผลงานได้รับคัดเลือกร่วมแสดง 112 ชิ้น ผลงานของคุณกมลที่ได้รับรางวัลมีชื่อว่า “Artiste’s Box to Van Gogh Mona Lisa” มีลักษณะเป็นศิลปแบบสื่อผสม ในบทความนี้มีบทสัมภาษณ์ของคุณกมลซึ่งส่งมาจากอเมริกา ซึ่งได้กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการทำงานศิลปะของเขา



Pishnu Supanimitr.. “A Determined Thai Artist Wins Another Prize in America.” Year 24, Vol. 43, (23 April 1978)
The readers may recall that Pishnu spoke of a Thai artist doing particularly well and winning many awards in America. Early in March this year, Kamol Tasananchalee* won the grand prize and the purchase award from the Brand Library Art Center in Glendale, California. Pishnu describes the very interesting and innovative award-winning work in mixed media, Artist’s Box to Van Gogh and Mona Lisa*, but does not critique it, never having seen the original object. Inspired by his friend, Kamchorn Soonpongsri who was studying at Otis Art Institute, Kamol also completed graduate work there. In the interview with the artist that follows, Pishnu asks why the artist went to America in the first place, and what it is like to live there. Kamol notes that he was approached by a company which asked for the on-going right to reproduce one of his works. In return, he would receive yearly royalties of 10%. This income was very useful to the artist. “I think of myself as Thai,” says Kamol, when asked about the ‘Thai character’ of his work. That Thai character ‘comes out automatically, in the feeling, emotion and color…’ The interview continues next week. Very interesting!
*(pictured)



พิษณุ ศุภ. การศึกษาศิลปะในอเมริกา “ศิลปเดิน ประชาชนก็เดินไปด้วย” 30 เม.ย. 2521
เป็นบทสัมภาษณ์คุณกมล ทัศนาญชลี ศิลปินไทยที่ได้รับรางวัลจากอเมริกา ซึ่งเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการศึกษาศิลปในอเมริกาว่ามีนโยบายในการทำเรื่องในปัจจุบันไปสู่อนาคต เน้นความเป็นอิสระ นักศึกษาจะต้องมีความสร้างสรรค์ในแนวทางของแต่ละคน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีสถานที่แสดงงานศิลปะจำนวนมาก จัดแสดงงานของศิลปินที่มีชื่อเสียง ทำให้ประชาชนได้ศึกษาศิลปะอย่างละเอียดไปพร้อมๆกับศิลปิน และคุณกมลก็ได้กล่าวถึงประเด็นต่างๆ เช่น นักสะสมศิลปะในอเมริกา ราคาของงานศิลปะจากศิลปินที่มีชื่อแล้ว การทำงานของศิลปินระดับโลก (ที่มักจะมีผู้ช่วย)

­­­
Pishnu Supanimitr.. "Art Education in America: The Artist Moves - The People Move Too.”Year 24, Vol.44, (30 April 1978)
Pisanu continues his interview with Kamol Tasananchalee*, a prizewinning Thai artist who has been in America for many years. According to Kamol, the US is a new country whose policy in art education tends to focus on the present and look toward the future. The important thing is that many universities and colleges have their own galleries and museums and they show the works of famous artists. There are also many state museums. The atmosphere is exciting. The public takes considerable interest in art. The signatures of famous artists are valuable. People fought over Robert Rauschenberg’s* cigarette butts when he opened an exhibition at UCLA. Thailand lacks art collectors. Kamol describes the impressive private collections in homes he visited. These individuals had the works of, for example, Mondrian, Miro, Matisse, Jasper Johns, Andy Warhol, Claus Oldenberg and Alexander Calder on display in their own homes. “I think that contemporary art is more important than looking back, making art of a past that is already gone by…but the important point is, whoever makes art survives by being accepted in the world,” says Kamol. Even though Kamol is so far away, Pishnu notes, he still knows that Thailand is making progress: we have a national gallery now. (*pictured)




Pishnu Supanimitr.. “ An Exhibition in Honor of the Royal Patron.” Year 24, Vol. 45, (7 May 1978)
“I thought only stupid people studied in the arts…My elders suggested I study languages…I like Thai, but I hated studying English most of all.” Pishnu begins his review of the exhibition with these words from a high school composition book of Her Royal Highness, Princess Somdej Prathep. He praises her determination, her industriousness and her achievement of excellence in her studies in the arts. Endearing signs of artistic gifts and interests encourage the art world. Pishnu stops beside an old tool box, full of craft and sculpture tools and old paintbrushes. He notes with delight the “large handwriting in red pencil on the side of the box: Tools for earning a living.” He lingers over the childish toys and utensils. These are the things which the common people love to see, he says in a scolding aside to the organizers of the Fine Arts Department exhibition - -not the numerous royal decorations which are pictured so prominently in the official catalog of the event.

พิษณุ ศุภ. หอศิลป์แห่งชาติเปิดแล้ว จิตรกรรมไทยแบบประเพณี 14 พฤษภาคม 20
หอศิลป์แห่งชาติ หรือชื่อเรียกที่ถูกต้องอย่างเป็นทางการคือ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์” ได้เปิดนิทรรศการจิตรกรรมไทยประเพณีขึ้น ซึ่งเป็นนิทรรศการหมุนเวียน นอกเหนือจากส่วนที่เป็นนิทรรศการประจำที่รวบรวมผลงานชิ้นสำคัญ ๆ ที่จัดแสดงถาวร
สำหรับนิทรรศการหมุนเวียนจิตรกรรมไทยแบบประเพณีนั้น ส่าวนใหญ่เป็นภาพเขียนที่กรมศิลปากรได้เก็บสะสมไว้เอง ผลงานที่น่าสนใจได้แก่ ภาพพระบฏขนาดใหญ่เท่าฝาหนัง เป็นภาพเขียนพุทธประวัติสมัยเขียงแสน ซึ่งคุณพิษณุยังคงสงสัยว่าไม่น่าที่ภาพเขียนสมัยนั้นจะคงทนจนทุกวันนี้ได้ จากนั้นก็มีภาพพระบฏขนาดใหญ่รองลงมาเป็นภาพ “ทศชาติ” และผลงานโดดเด่นในนิทรรศการพิเศษนี้ ดูเหมือนจะเป็นภาพเขียนสีฝุ่นบนแผ่นไม้ที่นำมาจากศาลาการเปรียญของวัดรวกบางบำหรุ บางกอกน้อย ซึ่งเป็นฝีมือของช่างรัชกาลที่ 3 ที่จริงภาพเหล่านี้มีจำนวนมาก แต่ชำรุดเสียหาย เนื่องจากแต่เดิมเจ้าอาวาสของวัดดังกล่าวปฏิเสธ ไม่ยอมมอบภาพเหล่านี้ให้กรมศิลปากรดูแลรักษา จนกระทั่งภาพได้ชำรุดเสียหายมาก เนื่องจากศาลาการเปรียญที่มีภาพเหล่านี้ทรุดโทรม ทางวัดจึงมอบภาพเหล่านี้ให้กรมศิลปากรดูแลรักษา คุณพิษณุได้ยกเหตุการณ์ไว้เป็นอุทาหรณ์ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก
นอกจากนี้คุณพิษณุยังประชาสัมพันธ์ว่าในราวกลางเดือนนี้ คุณกมล ทัศนาญชลี ศิลปินไทยผู้ไปสร้างชื่อที่อเมริกา อาจจะนำผลงานซึ่งได้รับรางวัลมาแสดง ณ หอศิลป์แห่งนี้ด้วย
รายชื่อศิลปินที่กล่าวถึง :- จำรัส เกียรติก้อง สนั่น ศิลากรณ์ ไพฑูร เมืองสมบูรณ์ เฟื้อ หริพิทักษ์ มีเซียม ยิบอินซอย เขียน ยิ้มศิริ สวัสดิ์ ตันติสุข ถวัลย์ ดัชนี อังคาร กัลยาณพงศ์ พิชัย นิรันต์ ประเทือง เอมเจริญ จักรพันธุ์ โปษยกฤต เกียรติศักดิ์ ชานนานารถ กมล สุวุฒิโฑ สน สีมาตรัง วิโรจน์ เจียมจีรวัฒน์ ผ่อง เซ่งกิ่ง นนทิวรรธน จันทนะผะลิน กมล ทัศนาญชลี

Pishnu Sup. “The National Gallery is Open: Traditional Thai Painting.” Year 24, Vol.46, ( 14 May 1978) : 36 – 38.
Pishnu mentions some confusion about the legal name of the National Art Gallery, which opened in August last year. He briefly describes various sections in the gallery with impressive collections of several generations of modern Thai artists. The earliest wave is represented by Chamras Kietikong, Sanan Silakorn, Paitoon Muangsomboon, Fua Haripitak, Misiem Yipinsoi, Khien Yimsiri and Sawat Tanitsuk. A second generation is represented by Tawan Dachani, Angkarn Kalyanapongse, Pichai Nirand, Prateuang Emcharoen, Chakraphand Posyakrit and Kietisak Chanonarod. The most recent wave of young artists is represented by Kamol Suwutho, Son Simatrang, Wirote Jiemjirawat, Pong Sengking and Nontiwat Chantnapalin. As to the new exhibition of traditional Thai panel paintings, they were found in pristine condition in the pavilion of a local temple. However, the monks were unwilling to allow the Fine Arts Department to remove the artwork and held on to them until the pavilion fell into ruin. Eventually, the roof leaked and the paintings were marred by water damage. At that point, the temple offered them to the Fine Arts Department. Take note, says Pisanu to readers who are reluctant to part with works of art which they not equipped to care for properly. (Pictured: print by Ittipol Tangchalok)


พิษณุ ศุภ. หัวข้อ ศิลปสมาคมระหว่างชาติกับครบรอบ 4 ปี ของหอศิลป์พีรศรี 21 พ.ค. 2521
ทางหอศิลปพีระศรีได้ถือเป็นประเพณีในการจัดแสดงนิทรรศการร่วมสมัยของศิลปินไทย เพื่อระลึกถึงพระคุณของท่านศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี โดยถือเอาวันที่ 14 พ.ค. ซึ่งเป็นวันเสียชีวิตของท่านเป็นช่วงเวลาของนิทรรศการ โดยมีจุดประสงค์เพื่อหารายได้เป็นทุนใช้จ่ายในกรดำเนินงานของศิลปสมาคมแห่งชาติ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2496 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม อาจารย์ศิลป์ พีระศรีเป็นประธานคนแรกของสมาคม หลังจากที่อาจารย์ศิลป์ เสียชีวิตสมาคมฯซบเซาอยู่ 15 ปี คุณมีเซียม ยิบอินซอย ได้รับเลือกเป็นประธาน ในนิทรรศการครั้งนี้มีการประกวดงานสิลปะ และผู้ชนะจะได้เดินทางไปดูงานแถบยุโรป 6 สัปดาห์ และผู้ชนะก็คือ คุณทวน ธีระพิจิตร ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาภาพพิมพ์อยู่ที่คณะจิตรกรรมฯ


Pishnu Supanimitr.. “The International Association of Art and the 4th Anniversary of the Silpa Bhirasri Gallery.” Year 24, Vol.47, (21 May 1978) : 36 – 38.
As the Bhirasri Gallery approaches its 4th anniversary, the winner from last year’s 3rd anniversary exhibition, Preecha Taothong, is returning from an 8-month sojourn in Italy funded by the Italian government. This year another artist, Tuan Tirapichit, has won a similar opportunity (6 weeks in Europe) as winner of the Bhirasri’s memorial exhibition (around 14 May, the date of the great man’s passing) in honor of Prof. Silpa Bhirasri. The award this year is funded by Misiem Yipinsoi, from the earnings of her Bangkok Post column, Misiem Speaks, and by Thai Airways.
Pisanu gives a brief account of the history of the International Association of Art in Thailand from its inception in 1953 under the political reign of F.M.Plaeck Piboonsongkram. Eclipsed for 15 years after the death of Silpa Bhirasri, the association has been revived with the election of a new committee and new president, Misiem Yipinsoi.
The Association and the Bhirasri Gallery co-hosted the exhibition, inviting members to participate in hopes that the proceeds from any sales could be used to boost the finances of the Association, which is, at present, virtually penniless. The end of the column is devoted to mentioning some of the other artists* who participated and describing some of the works in the show, including pieces by Rung Tirapichit*, Kietisak Chanonnarodt*, Kanya Amornwitawat*, Chakrphand Posyakrit*, Chalermchai Kositpipat*, Tuan Tirapichit*, Ittipol Tangchalok, Thepsak Tongnopakul, Nontasak Panasarnkul, Cheewa Kamolmalai, Supan Krachangpen, and senior artists Misiem Yipinsoi, Prasong Botmanuch and Chalud Nimsamur.
(*works pictured)


พิษณุ ศุภ. “ศิลปบริสุทธิ์ ศิลปไม่ใช่การเมือง” ทวน ธีระพิจิตร ศิลปินผู้ได้รับรางวัลผลงานดีเด่น28 พฤษภาคม 21
ก่อนที่คุณพิษณุจะกล่าวถึงผลงานของศิลปินผู้ได้รับรางวัลดีเด่นนั้น ได้เล่าให้ทราบถึงหลักการในการพูดถึงศิลปินว่าศิลปินผู้นั้นจะต้องมีผลงานที่มีคุณภาพและมีความเคลื่อนไหวในวงการศิลปะ ทำงานอย่างสม่ำเสมอ แสดงผลงานให้ประชาชนได้ชมหรือได้รับรางวัลจากการประกวดงานศิลปะทั้งในและนอกประเทศ
ศิลปินที่คุณพิษณุกล่าวถึงในครั้งนี้คือ คุณทวน ธีระพิจิตร ซึ่งเพิ่งได้รับการยกย่องให้มีผลงานดีเด่นจากนิทรรศการพิเศษ เนื่องในวาระครบรอบ 4 ปีแห่งการก่อตั้งหอศิลป์ พีระศรี จากผลงานศิลปะเกือบ 100 ชิ้น ได้รับรางวัลเป็นทุนเดินทางไปดูงานศิลปะในประเทศยุโรป 6 สัปดาห์ มอบให้โดยคุณมีเซียม ยิบอินซอย คุณทวนเริ่มเรียนศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่างและจบปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับ 2 จากมหาวิทยาลัยศิลปากร จากนั้นรับราชการเป็นอาจารย์สอนศิลปะที่ศิลปากรตลอดมา เคยได้รับรางวัลจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติเหรียญทองประเภทภาพพิมพ์ ปี 2511 ได้รับรางวัลเหรียญเงิน 2 ครั้ง และเหรียญทองแดงอีก 2 ครั้ง ลักษณะงานของคุณทวนเป็นแบบนามธรรม มีลักษณะการแสดงออกอย่างฉับพลัน จากนั้นจึงได้ลงบทสัมภาษณ์คุณทวนในหลาย ๆ คำถามที่สำคัญคือ งานศิลปะของคุณทวนอยู่ในปรเะเภทศิลปะเพื่อศิลปะใช่หรือไม่ ซึ่งคุณทวนตอบว่าใช่ แต่ก็ต้องการให้คนอื่นได้รับความชื่นชมผลงานด้วย และคุณทวนกล่าวว่า ศิลปะเป็นสิ่งบริสุทธิ์ ศิลปะไม่ใช่การเมือง จะได้ทำเพื่อสิ่งโน้นสิ่งนี้ได้



Pishnu Supanimitr.. “ ‘Art is Pure: Art is Not Political’ : Tuan Tirapichit – Outstanding Artist Honored.” Year 24, Vol.48, (28 May 1978): 36 – 38.
Pishnu outlines his criteria for selecting the artists featured in his column, i.e. the artist must produce quality work, must be active in the art world, locally or internationally, showing in exhibitions and winning prizes. But prize winning artists who cease to be active will not be featured. This friendly interview with a colleague from the Faculty of Painting, Silpakorn University, is notable for the quote selected for the title. The sensitivity to political tensions in art is perhaps more a concern to Pisanu than to Tuan [pictured]in this period.


พิษณุ ศุภ. หัวข้อ นิทรรศการศิลปกรรมอาจารย์ของคณะจิตรกรรมฯ การเริ่มต้นที่ยังเป็นความหวัง ­­­4 มิ.ย. 2521
กล่าวถึงการรวมตัวกันแสดงงานศิลปกรรมของเหล่าอาจารย์คณะจิตรกรรม โดย ผู้เขียนมีความเห็นว่า ครูบาอาจารย์ทางศิลปะมีหน้าที่ที่สำคัญมากในการพัฒนาศิลปะ เพราะเป็นทั้งศิลปินและครูสอนศิลปะด้วย และวิธีการสอนศิลปะที่ดีที่สุดคือการลงมือทำงานศิลปะด้วยตนเอง เพื่อเป็นแนวทางให้นักศึกษาหนุ่มสาว ในต้นปีการศึกษา 2521 จะมีนิทรรศการของเหล่าอาจารย์ขึ้นอีกในช่วง 1-15 มิถุนายน เป็นครั้งที่สอง โดยมีความคิดว่าจะจัดแสดงงานแบบนี้ให้ได้ทุกปีศิลปินที่กล่าวถึง :- ทวน ธีระพิจิตร


Pishnu Supanimitr.. The Exhibition of the Faculty of Painting: A Very Hopeful Beginning.” Year 24, Vol. 49, ((4 June 1978)
The focus in this article is generally on the present needs and state of art education in Thailand. Pishnu recalls the April thesis exhibition of the graduating students of the Faculty of Painting at Silpakorn, explaining the role of the exhibition in the curriculum. He reminds readers how difficult it is for 20 year old art students to create expressive artworks. “It seems like trying to squeeze coconut milk out of a green coconut,” he says. How can a teacher order a student to be expressive and creative? How does a student obey such an order? In Pishnu’s view, artist-teachers such as the salaried civil servant faculty members of the Faculty of Painting carry a great responsibility. This is the 2nd annual Faculty Exhibition. Pishnu wonders aloud how many years it will last. Teachers should be active, do research, write texts, make artworks, he says, adding gloomily, ‘If only inert teachers could have their contracts terminated as they do in the West.’ (Pictured: works by Tuan Tirapichit, Prayad Pongdam, Preecha Taothong, Ittipol Tangchalok)


พิษณุ ศุภ. เกาะรัตนโกสินทร์ สมบัติล้ำค่าของชาติ ใครเป็นผู้ทำลาย 11 มิถุนายน 20
คุณพิษณุกล่าวถึงโครงการเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีแผนการที่จะอนุรักษ์ศิลปกรรมและโบราณสถานที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น พระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว สนามหลวง และถนนราชดำเนินใน ทั้งนี้เพื่อรักษาความงามของภูมิทัศน์ของผังเมืองบริเวณนี้ รวมทั้งเป็นการช่วยยืดอายุศิลปกรรมไม่ให้ทรุดโทรมมากขึ้นไปอีก แต่โครงการนี้ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดสามารถรับผิดชอบผลักดันให้เกิดขึ้นจริง ๆ เสียที คุณพิษณุค่อนข้างตำหนิกรมศิลปากร ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงกับศิลปะของชาติ แต่ยังไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากนี้ยังปรารภถึงโครงการต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งลั้วนแล้วแต่จะมีผลเสียต่อเกาะรัตนโกสินทร์ไม่ว่าจะเป็น การแก้ปัญหาจราจรด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น สร้างสะพานข้ามสนามหลวง หรือสร้างอุโมงค์ใต้ดิน ทั้งตึกอาคารต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นใหม่บดบังโบราณสถานที่สวยงามไป นโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ คุณพิษณุเห็นว่าเป็นการทำลายเกาะรัตนโกสินทร์และยิ่งไปกว่านั้น เป็นนโยบายที่มาจากหน่วยราชการทั้งสิ้น


Pishnu Supanimitr.. “Rattanakosin Island: A Valued National Treasure – Who is Destroying It?” Year 24, Vol. 50, (11 June 1978) : 36 – 38.
Pishnu expresses dismay over the deterioration of many historic sites, especially the royal palace, at Sanam Luang on Rattanakosin Island. More worrisome than the actual damage, caused especially by the vibration and pollution of heavy traffic, are the planned interventions by the city government and by other official planners, for example, to build a new department store in the Tha Phra Chan area. The failure of government agencies to respect the history of the island and the piecemeal approach taken in terms of preservation are cause for alarm. Pishnu aske for the prayers of his readers that the Rattanakosin Island project will be carried out effectively.


พิษณุ ศุภ. อะไรคือเหมาะสม ข้อคิดสำหรับคนไทยวันนี้ 18 มิ.ย. 2521
ในงานครบรอบ 4 ปี ของหอศิลป์พีระศรีและศิลปสมาคมเป็นผู้จัด ได้พยายามชักชวนให้เหล่าศิลปินมาร่วมแสดงงานศิลปะ เพราะหารายได้มาเป็นทุนในการดำเนินงาน ศิลปินที่ถูกมุ่งหวังจะดึงมาเป็นแรงดึงดูดของนิทรรศการคือ คุณจักรพันธ์ โปษยกฤต ได้รับการทาบทามจาก คุณมีเซียม ยิบอินซอย ซึ่งเป็นนายกศิลปสมาคมฯให้ส่งผลงาน ด้วยความเกรงใจคุณจักรพันธ์จึงรับปาก โดยมีความคิดร่วมกันว่าจะเขียนรูปพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเทพฯ แต่เมื่อผลงานเสร็จแล้วศิลปินทั้งสองก็เปลี่ยนใจไม่ส่งผลงานเข้าร่วมแสดงงานโดยให้เหตุผลว่า เป็นการไม่เหมาะสมที่จะดึงเอาพระองค์ท่านมาร่วมด้วย เพราะว่าพระองค์ท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับสมาคม มิอยากจะทำการที่เห็นแก่ตนฝ่ายเดียว ผู้เขียนจึงยกมาเป็นตัวอย่างให้ผู้อื่นที่กำลังใช้พระองค์ท่านเป็นเครื่องมือหาเงินได้คิดกัน


Pishnu Supanimitr.. “ What is Suitable? Thoughts for Thai People Today.” Year 24, Vol.51,(18 June 1978) : 36 – 38.
Pishnu apologizes for presenting pictures of two works of art without the permission of the artists who made them, and explains why the drawing* by Chakraphand Posyakrit and the sculpture* by Misiem Yipinsoi, president of the International Association of Artists of Thailand, of H.R.H. Somdej Prathep were not entered in the exhibition celebrating the 4th anniversary of the Silpa Bhirasri Gallery. The organizers had hoped the event would be a fund-raiser, but the artists could not bring themselves to use their depictions of the Crown Princess for commercial purposes. (*pictured)


พิษณุ ศภ. “ ข้อคิดในการประกวดโปสเตอร์ประหยัดไฟฟ้าน้ำมันของกระทรวงอุตสาหกรรม” 25 มิ.ย. 2521 (น. 36-38)
ผู้เขียนเสนอข้อแนะนำในการประกวดโปสเตอร์ประหยัดไฟฟ้าน้ำมันของกระทรวงว่า น่าจะระบุถึงการพิจารณาในด้านความงามหรือคุณภาพทางศิลปะควบคู่ไปกับการชักชวน โดยคณะกรรมการตัดสินส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผู้มีความรู้หรือนักวิชาการศิลปะที่เป็นที่ยอมรับทั่วไป หลังจากการประกวดแล้วควรจัดให้มีนิทรรศการแสดงภาพเหล่านี้ให้คนทั่วไปได้ชมด้วย เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่จะกระตุ้นให้ประชาชนได้ร่วมมือกันประหยัดไฟฟ้าและพลังงาน และชี้ให้เห็นว่าโปสเตอร์ที่มีคุณภาพนั้นมีคุณค่าเทียบเท่ากับงานศิลปะ

Pishnu Supanimitr.. “Observations on the Ministry of Industry’s Competition in Posters Urging Thrifty Use of Electricity and Oil.” Year 24, Vol. 52, (25 June 78) : 36 – 38.
Pishnu applauds the Ministry’s decision to organize a poster competition, a popular method, often used abroad, of gaining the attention and cooperation of the public in issues important to the national interest. The posters produced are often of high quality, and are commonly collected as works of art. Pishnu urges other government agencies to follow this example. However, he urges the Ministry to follow some basic rules for such competitions, i.e. to announce the names of the judges as soon as possible, to be sure to include art experts on the panel of judges, and to organize an exhibition of all the posters in the competition after it is completed. Pishnu closes respectfully, directly addressing the Secretary of the Ministry. (Pictured: Posters from Poland advertising the Cannes Film Festival and the Olympics)




อารี สุทธิพันธ์ ศิลปินไทยในต่างแดน 2 ก.ค. 2521 (น. 36-38)
เป็นบทความเกี่ยวกับ กมล ทัศนาญชลี ที่กำลังจะแสดงผลงานเดี่ยวที่ Bird’s Eye View Gallery ลักษณะของงานเป็น Mixed Media ซึ่งผู้เขียนแปลเป็นไทยว่า ผสานวัสดุ ตัววัสดุที่นำมาใช้เป็นหลักก็คือลูกกลิ้ง ซึ่งศิลปินใช้เป็นสัญลักษณ์ปรัชญาชีวิตที่ต้องหมุนเวียนมาพบกับรอยเดิม และกมลมักใช้กระดาษที่ทำเองรองรับเทคนิคภาพพิมพ์ของเขา เนื่องจากศิลปินมีความประทับใจใน แวนโกะ และภาพโมนาลิซ่า จึงทำงานชิ้นหนึ่งเป็นเกียรติแก่เขาด้วย


Ari Suthiphan. “The Works of Thai Artists Abroad.” Year 25, Vol. 1, (2 July 1978) : 36 – 38.
When his student did not complete an exam, Ari followed up to discover that Kamol Tassanchalee had received a scholarship to study art abroad. A meeting at the East West Center in Hawaii made it easy to go on to California, where he visited his former student and saw his exhibition of drawings and prints. Ari discusses Kamol’s work and some characteristics of mixed media art and mentions his prizewinning work.
พิษณุ ศภ. “Dong Kingman จิตรกรสีน้ำมาไทย และ The Duke Aces วงร้องประสานเสียงของญี่ปุ่น. 9 ก.ค. 2521 (น. 36-38)
ข่าวแรกคือ Dong Kingman จิตรกรสีน้ำเชื้อสายจีนผู้ที่เคยเจริญเติบโตที่ฮ่องกงจนอายุ 18 ปี และหลังจากนั้นก็ไปอยู่ที่อเมริกามีชื่อเสียงโด่งดังที่อเมริกา โดยได้เดินทางมาปฐกถา และสาธิตการเขียนสีน้ำ ฉายภาพยนต์อัตติชีวประวัติให้กับนักศึกษาศิลปะและผู้สนใจเข้าชมภาพสีน้ำของ Dong Kingman ส่วนใหญ่เป็นภาพทิวทัศน์ ตึกรามบ้านช่องย่านคนจีนในซานฟรานซิสโก
ข่าวที่สอง คือการแสดงดนตรีร้องประสานเสียงของคณะ The Duke Aces ซึ่งจัดโดยมูลนิธิญี่ปุ่นเป็นวงดนตรีที่มีชื่อเสียงมากในญี่ปุ่นวงของเขาประกอบด้วย นักร้อง 4 คน และนักเปียโน 1 คน นำโดยหัวหน้าวงเสียงบาริโทน Tani Michio ในการแสดงครั้งนี้เป็นการทัวร์ไปทั่วอาเซียน เพื่อใช้ดนตรีเป็นสื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม สิ่งที่โดดเด่นคือ แม้ว่าดนตรีจะเป็นแบบฝรั่งแต่ก็ยังเป็นตัวของตัวเองในแบบญี่ปุ่น

Pishnu Sup. “Watercolorist Dong Kingman in Thailand and the Japanese Duke Aces Quartet.” Year 25, Vol. 2, ( 9 July 1978) : 36 – 38.
Born in America of Chinese origin, Dong Kingman* was sent back to study in Hong Kong till the age of 18. He studied with a Chinese art teacher and later at an art school in Oakland, California. Kingman was a successful watercolorist. He created the title images for the Hollywood film, 55 Days in Peking, and painted landscapes, posters*, portraits for a number of Hollywood stars. His works are owned by the Metropolitan Museum of Art, the Whitney, and MoMA in New York. USIS sponsored Kingman’s visit to Thailand to talk with young art students, show the film of his life, and briefly exhibit his work. The article also mentions a popular Japanese quartet* in concert in Bangkok during their ASEAN cultural exchange tour. The writer closes with the comment that he feels sad that Thailand does not have similarly accomplished cultural ambassadors to send out to share Thai culture with the world. (*pictured-‘Hongkong’)

พิษณุ ศุภ.“ครูบ้านนอก” ความหวังใหม่ของศิลปะแบบสัจนิยม 16 กรกฎาคม 2521
คุณพิษณุยกตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง “ครูบ้านนอก” ด้วยเห็นความน่าสนใจในภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ทำให้คิดว่าหนังไทยมีการพัฒนา เพราะว่าเนื้อหาของหนังมีจุดมุ่งหมายชัดเจนจากความเป็นจริง โดยผู้สร้างได้เลือกหยิบเอาความจริงที่เป็นอยู่ในชนบทไทยมุมหนึ่งมาให้เห็น อันเป็นสภาพของสังคมชนบทที่ถูกทอดทิ้ง สภาพของเด็กที่อดอยากและความแร้นแค้นของโรงเรียนในชนบท
ความสำเร็จในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ การที่ได้หยิบยกเอาปัญหาที่เกิดขึ้นจากความจริงมาตีแผ่อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด คุณพิษณุจึงจัดให้หนังเรื่องนี้เป็นแนวหนึ่งของศิลปะที่เรียกว่า สัจนิยม หรือ เรียลลิสม์ ซึ่งในโลกศิลปะแนวทางเรียลลิสน์เกิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศส คือ 100 กว่าปีมาแล้ว เพื่อต้องการที่จะมุ่งเสนอภาพความเป็นจริงที่พบเห็นอยู่ในชีวิตประจำวัน ตามทรรศนะของศิลปินที่จะเน้นหรือหยิบยกปัญหาออกมาโดยคุณพิษณุยกตัวอย่างศิลปินได้แก่ โดมิเยร์ ภาพล้อเลียนการเมืองกูเปท์ หรือ มาเน่ท์ ผู้เขียนภาพการกินอาหารมื้อกางวันบนสนามหญ้าในสวนโดยมีหญิงสาวเปลือยกายนั่งท่ามกลางวงล้อมสุภาพบุรุษชาวปารีส
แม้ว่าต่อมาศิลปะเรียลิสม์ จะเสื่อมความนิยมลงไป แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ในอเมริกาได้เกิดศิลปะแบบ “ซูเปอร์เรียลลิสม์” ซึ่งพัฒนามาจากศิลปะแบบเรียลลิสม์ ซึ่งมักมีเนื้อหาสะท้อนภาพชีวิตคนอเมริกันปัจจุบันนี้ สำหรับในประเทศไทยยังไม่ค่อยพบผู้ที่ทำงานแบบเรียลลิสม์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคุณพิษณุหวังให้ศิลปินและคนรุ่นใหม่ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น
ศิลปินที่กล่าวถึง :- โดมิเยร์ มาเนท์ แวนก็อก


Pishnu Supanimitr..” Kru Bahn Nawk (Upcountry Teacher) – New Hope for Realism.” Year 25, Vol. 3, (16 July 1978) : 27 – 28.
The movie about an idealistic young teacher who fights dark influences in an impoverished country village and eventually is killed is an impressive step forward for film-making in Thailand. For any artist who wants to do well, the rule is to begin by studying from the real thing. The film takes a real problem in Thai society and lets us see it as naturally as possible, as if we were looking at a snapshot of the real thing. Realism was an art movement born in 19th century France as a reaction against the over-ambitiousness of Neoclassicism and the extreme emotion of Romanticism. Pishnu surveys some well-known French artists who worked in a realist vein – Daumier, Courbet, Manet and Millet. In America in the 20th century, there is Super Realism making extremely lifelike images of laborers, housewives, and various other fat, sweaty, wrinkled and unbeautiful people. Pishnu expresses the wish that Thailand had realistic painting and sculpture that served as well as the film, Upcountry Teacher. (work pictured: Richard Estes)

­­­
Pishnu Supanimitr.. "Again, New Hope for Realistic Art. “ Yr 25, Vol.4, (23 July 78) 36 – 37.
Some philosophical and historical notes on Realism. Art is alive, a living thing, born of nature, cause and effect. Artists are pushed by many social factors, including politics. For example, in France, Neoclassic and Romantic art was born from the French government’s fascination with the politics of ancient Greece and Rome. When some French artists became bored with the moralistic pictures of Neoclassicism and the shocking excitement of Romanticism, they began to make pictures of real life in French society. Pishnu hopes that some sincere young Thai artists will also create images of real life in Thai society. He sees 2 categories of Realism: 1) works of art like A. Sittidet Saengheran’s sculpture of a very old man, entitled The End of Life’s Path, which reflect social situations, and 2) art works such as Chakraphand Posyakrit’s painting Astray or Pong Sengking’s Life of Boat People which use realistic images as metaphors for things happening in society. For Pishnu, the art world divides generally into two worlds, abstraction and realism. But it is a very big place with plenty of room for all kinds of art.

พิษณุ ศุภ. นิติ วัตุยา ผู้มองเห็นความว่างของแม่น้ำเจ้าพระยา 30 ก.ค. 2521 (36-37)
ผลงานของ นิติ วัตุยา เปิดแสดงอยู่ที่ บริติช เคาน์ซิล เป็นภาพชุด “แม่น้ำเจ้าพระยา” พิษณุวิจารณ์งานโดยแยกผลงานเป็น 2 ระยะ โดยมองว่าระยะแรกมีความสมบูรณ์กว่า ศิลปินเสนอภาพแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยความว่าง รูปทรงของสิ่งต่างๆมีขนาดเล็ก แต่รายละเอียดและบรรยากาศดูสมจริง ดูแล้วแสดงออกถึงความสงบและปล่อยวาง ในช่วงที่ 2 คุณนิติได้เน้นความสำคัญของรูปทรงมากขึ้น ผู้เขียนมองว่าทำให้บรรยากาศที่ครอบคลุมภาพหายไป ซึ่งศิลปินให้เหตุผลว่ามุ่งที่จะให้ภาพคลี่คลายสู่นามธรรม จึงลดทอนความเหมือนจริงของรูปลงไปกว่าชุดแรก


Pishnu Supanimitr. “Niti Watuya – Seeing the Emptiness of the Chao Phraya River.” Year 25, Vol. 5, (30 July 1978): 36 – 37.
“Life in the city, so crowded, troubled and confused, has twisted complex knots, thick layers of tension, in my soul.” These are the words of Niti Watuya in the catalog of the two-man show currently on exhibition at the British Council. Impressed by Niti’s sincerity, determination and promise as an artist, Pishnu is critiquing the show. Pishnu sees the artist’s work in two sections. The early works are taken from nature and are rather successful. The later works attempt to become more abstract and are less convincing. Realism to abstraction is not necessarily the natural evolutionary path for every artist, Pishnu cautions.


อเนก นาวิกมูล รุสโซเก็บพระบรมรูปชิ้นแรกของกษัตริย์ไทย6 ส.ค. 2521 (น. 36-38)
มื่อ พ.ศ 2448 พระยาศรีสหเทพ ข้าราชการไทยไปพนมเปญเมืองหลวงของเขมรในปัจจุบันด้สยงานราชการบางอย่าง โดยมีนายรุสโซเป็นผู้ต้อนรับ รุสโซได้ฝากผ่านพระยาศรีสหเทพ ถวายพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ซึ่งปั้นด้วยปูนตั้งแต่เมื่อ 42 ปีที่แล้ว ซึ่งปั้นโดยนายซาตรูส ซึ่งเป็นช่างชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงในขณะนั้น ซึ่งทำโดยคำสั่งของรัฐบาลสยามในขณะนั้น แต่ผลงานอาจไม่เป็นที่ถูกใจรัฐบาล นายซาตรูส จึงเก็บงานไว้ รูปปั้นพระบรมรูปนี้ถือได้ว่าเป็นการยืนยันความมีหัวสมัยของ ร.4 ที่อนุญาตให้ช่างปั้นรูปเหมือนได้ เพราะแต่เดิมคนไทยเชื่อว่าหากมีการทำรูปเหมือนของผู้ใดจะทำให้ผู้นั้นอายุสั้น พระเจ้าอยู่หัวทรงพอพระทัยที่ได้รูปปั้นของ ร.4 และยังขอบใจไปยังรุสโซ

Anek Nawikmul. “Rousseau Kept the First Royal Portrait of a Thai King.” Year 25, Vol. 6, (6 August 1978) : 36 – 38.
When foreigners living in Thailand began showing portraits of their kings, queens, emperors and other leaders of state, Thai people had to rethink their traditional belief that making a likeness of a living person would shorten that person’s life. The French sculptor, Satreuse, was commissioned by the government of Siam to make a portrait of the 4th King* of the Chakri dynasty. At some point, however, the portrait was rejected as unsuitable. Years later, Msr. Rousseau, a French diplomat in Cambodia handed the portrait, completed 42 years earlier, back to his Thai counterpart, Phraya Sisahthep, to offer it to the 5th King, who was pleased to receive it. Anek tells the story, congratulating people who preserve and pass on historical artifacts which future generations may appreciate and learn from. (*pictured)


พิษณุ ศุภ. ศิลปินไทยเป็นอย่างนั้นจริงหรือ ในทรรศนะของ “กาม”13 ส.ค. 2521 (น. 36-38)
ผู้เขียนกล่าวถึงการที่ตนเองได้มีโอกาสเข้าชมภาพยนต์เรื่อง “กาม” มีตัวละครตัวหนึ่งในเรื่องนั้นเป็นศิลปินรับบทบาทโดยคุณมานพ อัศวเทพ ภาพยนต์เรื่องนี้กำกับโดยท่านมุ้ย หรือหม่อมเจ้าชาตรี เฉลิมยุคล คุณพิษณุแสดงความผิดหวังตัวละครที่สาม คาแรกเตอร์เป็นศิลปิน ซึ่งคุณพิษณุมองว่าเหมือนคนวิปริตมากกว่าจะเป็นศิลปิน และยิ่งผิดหวังมากขึ้นเมื่อทราบว่าท่านมุ้ยถอดบุคคลิกมาจากศิลปินดัง ซึ่งคาดว่าน่าจะหมายถึงคุณถวัลย์ ดัชนี


Pishnu Supanimitr. “ The Image of Thai Artists in ‘Karm’ -- Are They Really Like That?” Year 25, Vol. 7, (13 August 1978) : 36 – 38.
Originally planned as an expose of the corrupt practices of the press in reporting on the entertainment industry, the film loses direction, excuses the villain, and abruptly closes in confusion. Pishnu is disturbed by the focus, late in the story, on the doomed artist, Marut, a weird, anti-social figure who takes advantage of a lonely and neglected young girl in order, supposedly, to realize some twisted aesthetic inspiration. There can be no sympathy for such an artist, whose actions are rude and crazy. The earlier film (Kwam Rak Krang Sutai / ‘The Last Love’) by M.J. Chatri Chalerm Yukol portrayed artists with much more dignity. Although Karm set out to reveal the unscrupulous practices of reporters, it ended up portraying an artist as a pervert.
(pictured: M.J. Chatri Chalerm Yukol, Piyathip Kumwongse, Manop Aswathep, Surachai Dilokwilart, and Monrudi Yamapai.)




พิษณุ ศุภ การศึกษาศิลปะสำหรับประชาชน การแสดงงานศิลปะของวิทยาลัยช่างศิลป์. 20 ส.ค. 2521 (น. 36-37)

ผู้เขียนได้แสดงความเห็นว่าคนไทยยังขาดโอกาสที่ดีในการเรียนรู้ศิลปะ ทั้งในและนอกระบบ เพราะสถาบันทางศิลปะมักจะรวมกันอยู่ในกรุงเทพ ดังนั้นนักเรียนหรือประชาชนต่างจังหวัดจึงขาดโอกาสและการถ่ายทอดอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะมีพรสวรรค์หรือไม่ก็ตาม และกล่าวถึงการแสดงงานของนักศึกษาวิทยาลัยช่างศิลป์เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมว่า ผลงานส่วนใหญ่คุณภาพน่าพอใจโดยเฉพาะ งานจิตรกรรมและองค์ประกอบศิลป์ แต่ที่อ่อนด้อยลงไปคือผลงานวาดเส้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของศิลป์


Pishnu Supanimitr. “Art Education for the People: An Exhibition by Chang Silpa College.” Year 25, Vol. 8, (20 August 1978) : 36 – 37.

Although art education is still pretty much confined to the Bangkok area, Pishnu urges that everyone should have the right to study art in order to fully develop themselves. The idea that only the ‘gifted’ should study art is out-dated. Many young people who enjoy studying art are turned away when they seem to have no ‘gift.’ Furthermore, art teachers tend to be so concerned with their search for ‘gifted’ students that they fail to help the many other students who could also benefit from a proper art education. How can anyone know if they are gifted until they study and produce works? The Fine Arts Department should open more branches of Chang Silpa College in the provinces. Although the exhibition now open at the college has all kinds of art, including sculpture, paintings, prints, and ceramics, etc. , the quality of the drawing is rather uneven, and more than half the works in the show are traditional Thai art. It is good to encourage youth to have pride in tradition, but creativity for the future is also very important.



สายเอก รายการสังคีตภิรมย์ 27 ส.ค. 2521 (น. 36-37)
เป็นบทวิจารณ์เกี่ยวกับการแสดงบรรเลงดนตรีไทยมีชื่อว่า รายการสังคีตภิรมย์ ผู้เขียนแสดงความผิดหวังอย่างยิ่ง ทั้งวงของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเคยเล่นดนตรีได้ไพเราะกว่านี้แต่กลับเล่นได้น่าผิดหวัง นักดนตรีรุ่นใหม่ฝีมือก็ยังอ่อนหัดและขาดการฝึกซ้อมอย่างเพียงพอ และท้ายที่สุดของผู้เขียนแสดงความเป็นห่วงอนาคตของดนตรีไทย

Sai Eke. “On Sankit Pirom.” Year 25, Vol. 9, (27 August 1978) : 36 – 37.

The writer comments on a concert by the traditional Thai mahori ensemble of the Public Relations Department. Their performance was very disappointing. Apparently the group is inexperienced. They did not seem to really understand the instruments they were using or the music they were playing. The rhythm section was a particular problem. The cymbals and drums were not together and the whole orchestra played too fast. The listener felt like someone eating a meal in which the curry is simply poured down ones throat, with no opportunity to savor the taste.

พิษณุ ศุภนิมิต การประกวดภาพโปสเตอร์ของกระทรวงอุตสาหกรรม คำตัดสินของผู้ทรงความรู้3 ก.ย. 2521 (น. 47-49)
คุณพิษณุได้แสดงความผิดหวังจากการประกวดเป็นอย่างมาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้แสดงความชื่นชมความคิดของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ต้องการกระตุ้นให้ประชาชนประหยัดพลังงาน ทั้งผลการตัดสิน คณะกรรมการตัดสิน การไม่ยอมจัดนิทรรศการครั้งนี้ คณะกรรมการตัดสินได้แก่ เลขานุการรัฐมนตรี อธิบดี ผู้อำนวยการของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งผู้เขียนมองเห็นว่าขาดความสามารถในการตัดสิน ถ้ายิ่งพิจารณาจากผลงานที่ได้รับรางวัลแล้ว ทั้งขาดความงามทางด้านศิลปะหรือการใช้ภาษภาพสื่อความหมายชักชวนให้คนประหยัดพลังงาน ซึ่งคุณพิษณุมีความเห็นว่า การประกวดครั้งนี้เป็นการใช้เงินอย่างไม่คุ้มค่ากับผลที่ได้รับ



Pishnu Supanimitr.. “Poster Competition of the Ministry of Industry – An Informed Judgment.” Year 25, Vol. 10, (3 September 1978) : 47 – 49.

Pishnu has supported the notion that government agencies should sponsor poster competitions. He was favorable to this particular competition and offered many suggestions about how to deal with it in earlier articles. The country spends 30,000 million Baht each year on importing oil. The need to persuade people to use energy more thriftily is real. Hence, the ministry’s decision to organize a poster competition. Unfortunately, ministry officials failed to tap the expertise of the local art world in organizing the event. As a result, the criteria for selecting the winners were not clear, the 6 prize-winning posters* were unconvincing, the awards ceremony mysteriously quiet, and the lack of a public exhibition of the rest of the posters (there were around 345 works put forward) a great waste and disappointment. Pisanu closes with a warning to artists about participating in competitions organized by official government agencies. (*pictured)


พิษณุ ศุภ. โปสเตอร์หยัดไฟฟ้าและน้ำมัน อีกครั้ง 10 ก.ย. 2521 (น. 36-38)
ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วจากโปสเตอร์ประหยัดไฟฟ้าและน้ำมัน ซึ่งคุณพิษณุไม่เห็นด้วยกับการตัดสินของคณะกรรมการจึงได้ทำการคัดเลือกภาพโปสเตอร์จากการประกวดที่คุณพิษณุเห็นว่าสื่อความหมายได้ชัดและมีความลงตัวทางศิลปะมาเผยแพร่ให้ชมกัน พร้อมทั้งอธิบายจุดดีของแต่ละภาพที่ยกมาเป็นตัวอย่างด้วย ซึ่งภาพที่ลงในหนังสือสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ฉบับนี้ ล้วนเป็นภาพโปสเตอร์ที่ไม่ได้รางวัลเลย




Pishnu Supanimitr..“Posters on Conserving Electricity and Oil – One More Time.” Year 25, Vol. 11, (10 September 1978) : 36 – 38.

Pishnu presents, describes and interprets 9 of the most interesting and creative posters* (unfortunately, not the ones selected as winners by the judges) from the competition organized by the Ministry of Industry. Unfortunately, the readers and the general public will have no chance to enjoy any exhibition of the many good posters which were sent in for the competition. (Pishnu spoke earlier about the disappointing performance of the Ministry of Industry as sponsor for the event.) As the works of the competing artists shows, there is nothing to be ashamed of in the creativity and design talents of Thai artists. What is shameful is the final selection and awarding of prizes by ministry officials and the choice of posters which will actually be printed up for use. (*pictured)


พิษณุ ศุภ ศิลปภาพเปลือยของผู้หญิงเป็นความชอกช้ำสุดจะขมขื่นจริงหรือ ? .17 กันยายน 2521
จากการที่คุณพิษณุได้อ่านบทความ “ภาพเปลือยของผู้หญิง ความชอกซ้ำในอดีตที่สุดจะขมขื่น” ของ คุณวลิดา อินสอนลา ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสารสำหรับสุภาพสตรีที่ชื่อ “ดิฉัน” คุณพิษณุเห็นว่าบทความของคุณวลิดา อาจทำให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่ผิดต่อศิลปะภาพเปลือยของผู้หญิงไปเสียหมด จึงถือโอกาสแสดงความคิดเห็นตามทรรศนะของตนเองซึ่งเป็นศิลปิน
เนื้อหาบทความของคุณวลิดานั้นทำให้เข้าใจว่าตั้งแต่มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน บุรุษเพศมักจะแสดงความกดขี่ทางเพศต่อสตรี ซึ่งปรากฏให้เป็นพยานในงานศิลปะยุคต่าง ๆ ตลอดมา แต่คุณพิษณุเห็นว่าศิลปะภาพเปลือยนั้นเป็นการให้เกียรติยกย่องสตรีเพศให้เป็นเพศที่เป็นสัญลักษณ์ในด้านความงาม ผู้เขียนยังเชื่อว่าสตรีนั้นยังสามารถทำงานในสังคมเทียมบ่าเทียมไหลกับผู้ชายได้ ในกรณีที่คุณวลิดาวิตกว่าภาพเปลือยอาจก่อให้เกิดอาชญากรรมทางเพศและผลเสียแก่จิตใจของเยาวชนนั้น ควรจะต้องแยกแยะให้ออกระหว่างงานศิลปะกับสื่อลามกอาณาจารที่มุ่งผลธุรกิจอย่างเดียว ซึ่งในการศึกษาศิลปะจะต้องมองให้ทะลุถึงเจตนาแท้ของศิลปินนั้น ๆ คุณพิษณุได้ตั้งข้อสังเกตว่าที่จริงแล้วงานศิลปะภาพเปลือยนั้น มีทั้งภาพหญิงเปลือย และชายเปลือย มากพอ ๆ กัน ไม่น่าที่จะเรียกว่าเป็นการกดขี่ทางเพศตามความเห็นของคุณวลิดา



Pishnu Supanimitr. “The Art of the Female Nude: Is It Really a Bitter, Bruising Shock?” Year 25, Vol.12, (17 September 1978)
Pishnu makes a condescending reply to a strongly worded article in Dichan magazine which basically condemns the genre of the nude in art as an on-going historical sign of the abuses of male chauvinism. In this early skirmish with feminist complaints, Pishnu apparently failed to pick up on a legitimate issue posed by Walida Insornla’s article, i.e. the complex social exploitation of women’s sexuality which high art nudes appear to legitimatize.


Pishnu Supanimitr. “Contemporary Art : Explained in the Play, Mook-Nawk” Year 25, Vol.13, (24 September 1978) : 36 – 37.

Pishnu reviewed the play, Mook-Nawk, favorably in the Siamrat Daily newspaper. The play inspired him to think more about the relation between Thai art with ‘Thai characteristics,’ and the international art scene. He noted that Thai artists such as writers and musicians sometimes try to follow international styles without respecting international standards. When they enter international competitions, they fail. In the play traditionalists and nationalists have to co-exist with modern, internationalist thinkers. The two groups tend to look at each other with suspicion. But Pisanu concludes that no one can say a successful traditional work of art has any less value than a successful contemporary work.

พิษณุ ศุภ. เขามีอะไรกันวันศิลป พีระศรี 1 ต.ค. 2521 (น. 36-38)
กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในวัน ศิลป พีระศรี ในวันที่ 15 ก.ย. ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี มีการจัดนิทรรศการของผลงานทางการศึกษาของทุกๆคณะในมหาวิทยาลัย แต่ผู้เขียนมีความเห็นว่าไม่จริงจังนัก และการจัดงานขาดการประชาสัมพันธ์ ทำให่มีผู้เข้าชมน้อย กิจกรรมที่ผู้เขียนสนใจมากที่สุด คือ การอภิปรายทางด้านศิลปะ โดยเน้นนักอภิปรายและศิลปินผู้มีชื่อเสียง ที่น่าสนใจที่สุด คือ ส่วนที่ ดร.เจตนา นาควัชระ คณบดี คณะอักษรศาสตร์ ศิลปากร ชี้ให้เห็นถึงการแก้ไขปัญหาช่องว่างของศิลปะกับประชาชน โดยศิลปินต้องยึดมั่นในอุดมการในการสร้างสรรค์ ซึ่งแม้จะใช้เวลานาน แต่ก็ทำให้ศิลปะก้าวหน้า





Pishnu Supanimitr.. “What Do They Have On Silpa Bhirasri Day?” Year 25, Vol. 14, (1 October 1978) :36 – 37.

Silpa Bhirasri Day, celebrated each year on 15 September, is respected by the students of Silpakorn University and by the artists of Thailand. This year the observances were disappointing. Even so, celebrated badly or well, this day must be remembered. The organizers should never lose sight of the objective of the celebration to show respect, honor and faith in the Founder. There were exhibitions by every faculty of Silpakorn, but they were not impressive. This year there were discussions, a seminar and an evening lecture. Dr.Jettana Nakwachara had some very interesting thoughts on how to bring fine art to the attention of the general public..

พิษณุ ศุภ. ใครจะไปสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ 8 ต.ค. 2521 (น. 36-38)
จากการที่คุณ ส. สุนิยม ได้เขียนบทความ “ศิลป์” ในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับ 27 ก.ย. ซึ่งเขียนพาดพิงถึงบทความ พิษณุ เมื่อคราวที่มีนิทรรศการศิลปกรรมของอาจารย์คณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร แสดงเนื้อหาที่ขัดแย้งกับ พิษณุ หลายประการ จึงอยากทำความเข้าใจและแสดงเหตุผลตอบโต้ เช่นในประเด็นที่ว่า ครูสอนศิลปะจะสอนหนังสืออย่างเดียวหรือทำงานศิลปะไปด้วย ส. สุนิยม ชี้ว่าการที่ครูมาทำงานศิลปะเป็นการเบียดบังเวลาราชการมาทำงานส่วนตัว แต่ พิษณุ มองว่าการทำงานศิลปะของครูก็ดปรียบเหสมือนการทำวิจัยค้นคว้าเพิ่มพูลความรู้ให้กับตนเอง และทำประโยชน์แก่สังคม และเป็นการดีต่อการสอนศิลปะมากกว่า แต่ไม่รวมการทำงานศิลปะเพื่อขายอย่างเดียว


Pishnu Supanimitr. “Who Can Teach a Crocodile How to Swim?” Year 25, Vol.15, ( 8 October 1978) : 36 – 38.

Not an exhibition in sight and nothing to write about, so Pishnu responds at length to a letter in a local newspaper which was critical of his writing and of the practices of some university art teachers. The letter focused on Pishnu’s discussion of an exhibition by the members of the Faculty of Painting, Silpakorn University, in their capacity as teachers. The author of the letter criticized the faculty members, who are civil servants, for using their working hours to make works of art, since they are teachers, not artists. Pishnu rebuts the argument, replying that creative behavior is good for the civil service, and that, in fact, more creativity is required, not less. For example, teachers should be doing more research. (Pictured: Cock Crowing, by Prayad Pongsdam)


พิษณุ ศุภ. หรือจะเป็นวัฒนธรรมของสังคมไทยยุคใหม่ 15 ต.ค. 2521 (น. 36-37)
จากหลายเดือนมาแล้วที่ หอศิลป พีระศรี จัดให้มีเพลงฉ่อยขึ้น มีปญญาชนหลายท่าน (นักวิชาการ) วิพากษ์วิจารณ์ว่า เพลงฉ่อยนั้นมีเนื้อหาอยาบโลนไม่เหมาะสม ซึ่งผู้เขียนได้แสดงความประชดประชันว่า คนรุ่นใหม่นั้นยอมรับความอยาบโลนไม่ได้ ทั้งที่สังคมปัจจุบัน เต็มไปด้วยสิ่งลามกอนาจารมากมายทั้งทางหน้าหนังสือพิมพ์ ภาพยนตร์ ต่างฯ ซึ่งกลับมองไม่เห็นว่าเป็นสิ่งผิดทำให้สังคมเสื่อมลง กลับมาแต่จะคอยจับผิดในศิลปะของคนสมัยก่อน ทั้งที่จริงแล้ว เช่น ในภาพจิตรกรรมไทย แม้จะมีภาพการสังวาส หรือภาพลามกอยู่ก็ตาม แต่ก็อยู่ในพื้นที่ที่ไม่เด่น เช่นส่วนล่างของภาพ และไม่มีเจตนาไปในทางที่ไม่ดี แต่เป็นอารมณ์กับเรื่องที่มีอยู่ในธรรมชาติมากกว่า

Pishnu Supanimitr. "Or Will It be the Culture of Thai Society in the New Age?” Year 25, Vol. 16, (15 October 1978) : 36 – 37.

The Silpa Bhirasri Gallery was the scene of some ‘plaeng choi’ traditional Thai country music which often involves bawdy exchanges between male and female voices. Some academics and scholars were offended by the performance; others found it very entertaining. Pishnu suggests that if the music were performed in its original context, in the fields of the countryside, it might seem more suitable. Bangkok people seem sensitive, but modern society has become more coarse. Behind the bookstalls of at Sanam Luang there is pornography on sale. Police censors were cracking down on advertising for the Winit Pakdiwijitr film, Hor Ying because it was full of sexual innuendos. This sort of talk should be kept in its place. Take a hint from the bits of raw sexuality that appears sometimes in traditional mural paintings. It’s all down on the bottom, on the margin of the picture – not in the middle.

พิษณุ ศุภ. ศิลปะและอนาจารต่างกันอย่างไร? 22 ตุลาคม 20
คุณพิษณุได้กล่าวถึงเส้นแบ่งเขตระหว่างความเป็นศิลปะกับอนาจาร เนื่องจากปัจจุบันมักมีคนนำสองสิ่งมาผสมปนกัน และใช้กล่าวอ้างว่าภาพอนาจารนั้นเป็นศิลปะ จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม
คุณพิษณุกล่าวว่าการพิจารณาสิ่งใดว่าเป็นงานศิลปะหรือไม่ ควรมองที่เจตนาของการสร้างว่ามีจุดมุ่งหมายที่จะจรรโลกและยกระดับจิตใจของประชาชนในสังคม แม้บางครั้งมีงานศิลปะที่บอกเรื่องราวในทางลบ แต่ผลงานนั้นต้องแนะให้เห็นถึงความไร้ศีลธรรมเพื่อเป็นอุทธาหรณ์ในการดำเนินชีวิตจึงจะเป็นศิลปะได้ ตัวอย่างเช่น นวนิยายเรื่อง “ เด ดาเมรอน” ประพันธ์โดย บ๊อกกาจจิโอ ซึ่งแม้จะเป็นบทประพันธ์ที่ขัดต่อศีลธรรมแต่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อนำชีวิตคืนแก่ประชาชนให้มีความสดใสจากสภาพความเครียดทางสังคม
การที่จะพิจารณาแยกภาพเปลือยที่เป็นศิลปะกับอนาจารนั้น สำหรับงานศิลปะจะต้องเป็นไปเพื่อยกระดับจิตใจ ไม่มีท่าทางอันเย้ายวนก่อให้เกิดราวะจริต ปลุกให้เกิดอารมณ์ทางเพศ คุณพิษณุยกตัวอย่างงานศิลปะภาพเปลือยของศิลปินไทย 2 ชิ้น ได้แก่ ประติมากรรมชื่อ “โลมนาง” ของอาจารย์เขียน ยิ้มศิริ และอีกชิ้นหนึ่งเป็นประติมากรรม “แม่และลูก” ของคุณสุรัช สถิตย์วิทยานันท์ ทั้งสองชิ้นนี้เป็นตัวอย่างของงานศิลปะรูปเปลือยที่มีคุณค่าและไม่มีกริยาที่ส่อแสดงถึงความต้องการทางเพศ อันเป็นลักษณะของสื่ออนาจารเลย


Pishnu Supanimitr.. “What’s the Difference Between Art and Pornography?” Year 25, Vol.17, (22 October, 1978): 36 – 38.

A reasonable attempt to discuss images of nudes in popular and high culture. Pisanu shakes his head (‘Isn’t it a shame?’) that nudity in local films is justified as ‘art,’ and that people generally call ‘art’ all pictures of nude women offered as entertainment in newspapers and magazines. Pishnu separates art from pornography or lascivious entertainment by citing the artist’s intention to ‘lift up the minds of the people,’ to support society, condemn evil and praise the good. He cites Silpa Bhirasri’s example of bawdy elements in the Decameron (Boccaccio wanted to lift the spirits of the public beaten down by the Black Plague), sexually explicit Indian sculpture (to encourage the people to have more children) and bawdy Thai country music (educational and releases tension). Pishnu points to two sculptures, i.e. an ‘Mother and Child,” by Surat Satitwityanont, and a couple in courtship, by Khien Yimsiri as good examples of art in this vein, i.e. idealized, beautiful formal elements, expressing tender protectiveness and togetherness, and avoiding expression of strong sexual desire. Though friendly to realism in art as a rule, Pishnu expressly rejects it in this genre. In closing, Pishnu tacks on an announcement that the Faculty of Painting of Silpakorn University will be sending its 7th annual exhibition of student art (60 – 70 pieces) to Chiengmai.



พิษณุ ศุภ. นิทรรศการศิลปะที่เชียงใหม่ และการแสดงภาพเขียนกลุ่ม “เพ้นติ้ง”29 ตค. 21 (36-38)
ผู้เขียนรายงานความเคลื่อนไหวของวงการศิลปะในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่การแสดงนิทรรศการผลงานของนักศึกษาศิลปะคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งจดแสดงที่ หอประชุม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
แห่งที่สองคือ การแสดงงานภาพพิมพ์ที่จัดโดย บริติส เคาน์ซิล และหอศิลป์พีระศรี โดยจัดแสดงที่หอศิลป์พีระศรี มีทั้งผลงานที่เอามาจากต่างประเทศ และผลงานของนักศึกษาศิลปะภาพพิมพ์ของไทย
แห่งที่สามที่คุณพิษณุให้ความสนใจมากที่สุด คือ การแสดงภาพเขียนของกลุ่ม “เพ้นติ้ง” เป็นนักศึกษาปีที่ 4 ของคณะจิตรกรรมฯ 15 คน ร่วมกันทำงานที่สะท้อนภาพสังคม ซึ่งคุณพิษณุได้พูดถึงภาพของศิลปินเหล่านี้เป็นรายบุคคล ภาพทั้งหมดจัดแสดงที่สถาบันวัฒนธรรมเยอรมันศิลปินที่กล่าวถึง :- เขียน ยิ้มศิริ สุรัช สถิตย์วิทยานันท์



Pishnu Supanimitr.. “Art Exhibition in Chiengmai and a Show by the ‘Painting’ Group.” Year 25, Vol. 18, (29 October 1978) : 37 – 38.

Despite the regular flooding, October seems to be a time for exhibitions. Painting students from the Faculty of Painting, Silpakorn University, have, for the 7th time (in the absence of political disruption) carried their work to Chiengmai for the 7th year, but moved this time to the District Hall since the Salatham pavilion is closed for repairs.
The British Council is co-sponsoring an exhibition of prints at the Silpa Bhirasri Gallery. The 2-part show consists of an explanation of intaglio, lithographic, woodcut and silkscreen techniques and featuring examples from abroad. The other half of the show presents prints made by Thai students from around the country.
The German Cultural Institute is hosting a show of more than 30 pieces by the Painting Group, young artists in their 4th year of studies at the Faculty of Painting, Silpakorn. Pubetr Yohpradit, the spokesman for the group, explains their ideals and objectives. Pisanu praises their sense of social responsibility in bringing their work to the public. He also takes a close critical look at two paintings from the group, both pictured, i.e. an image by Pubetr Yohpradit of an old man peddling toys and trinkets, and a lyrical interpretation of a shanty town by Paripon Salyapongse.


พิษณุ ศุภ. การการแสดงภาพเขียนของกลุ่ม “เพ้นติ้ง” อีกครั้ง 12 พ.ย. 2521 (น. 36-37)
เป็นการกล่าวถึงผลงานของศิลปินกลุ่ม “เพ้นติ้ง” ต่อเนื่องจากฉบับก่อนหน้านี้ บางส่วนของกลุ่ม “เพ้นติ้ง” ต่อมากลายเป็นศิลปินที่ทำงานอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันเช่น คุณพิชิต ตั้งเจริญ ผลงานของศิลปินในกลุ่มเป็นผลงานที่สะท้อนสังคม คุณพิษณุแสดงความชื่นชมต่อการพยายามรวมตัวกันของคนรุ่นใหม่สร้างความก้าวหน้าให้แก่วงการศิลปะ


Pishnu Supanimitr.. “An Exhibition by the ‘Painting’ Group – One More Time.” Year 25, Vol.20, (12 November 1978) : 36 – 37.
Pishnu continues his discussion of the Painting Group exhibition, looking closely at a number of works in the show. He congratulates the artists for organizing and showing together in a group show, and comments on works by Siripoon Poonlarb*, Kanya Nuchpijarn, Chamaiporn Taorat*, Rewadi Jaichum*, Sermsuk Tiensoontorn*, Chatdee Siribachana*, Somsak Jeungpakdi*, and Pichit Tangcharoen. (*works pictured)


พิษณุ ศุภ. อิทธิพล ตั้งโฉลก ศิลปินไทยได้รับรางวัลนานาชาติที่นอร์เว 19 พฤศจิกายน 2521
เนื่องด้วยศิลปินไทยคุณอิทธิพล ตั้งโฉลก ได้รับรางวัลจากการประกวดภาพพิมพ์นานาชาติครั้งที่ 4 ที่ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งได้เปิดแสดงไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ในตอนต้นของบทความคุณพิษณุจึงปูพื้นสร้างความเข้าใจในเรื่องศิลปะภาพพิมพ์ให้กับผู้อ่านว่าศิลปะภาพพิมพ์พัฒนาเป็นงานวิจิตรศิลป์ได้อย่างไร รวมทั้งยกตัวอย่างรายชื่อศิลปินภาพพิมพ์ของไทยที่มีชื่อเสียง ซึ่งที่ผ่านมีศิลปินไทยหลายท่านเคยได้รางวัลจากการประกวดภาพพิมพ์นานาชาติมาแล้ว เช่น อาจารย์ชลูด นิ่มเสมอ เคยได้รางวัลระดับนานาชาติ 2 ครั้งที่ยูโกสลาเวีย อาจารย์ประหยัด พงษ์ดำ เคยได้รางวัลไซง่อน คุณกมล ทัศนาญชลี ผู้ไปสร้างชื่อเสียงที่สหรัฐอเมริกา และล่าสุดคือ คุณอิทธิพล ตั้งโฉลก ที่ไปสร้างชื่อเสียงที่ประเทศนอร์เวย์ คุณอิทธิพลนั้นเคยได้รับรางวัลที่ 1 เหรียญทองสาขาภาพพิมพ์ถึง 3 ครั้ง จากการประกวดศิลปกรรมแห่งชาติ 2 ครั้ง และการประกวดของธนาคารศรีนคร 1 ครั้ง นอกจากนั้นยังได้รางวัลที่ 2 และที่ 3 จากการประกวดภาพพิมพ์ในประเทศอีกหลายรายการ ในระดับนานาชาติเคยได้รับรางวัลจากการประกวดวาดเส้นนานาชาติ ที่ยูโกสลาเวียมาแล้ว สำหรับการประกวดภาพพิมพ์ที่นอร์เวย์นี้มีการแบ่งรางวัลเป็น 3 ระดับ คือ รางวัลใหญ่ที่เรียกว่า Grand Prix และรางวัลรองลงไป ท้ายที่สุดคือรางวัลเหรียญทอง ซึ่งคุณอิทธิพลได้รางวัลรองลงมา คุณพิษณุหวังว่าเมื่อคุณอิทธิพลกลับจากการไปดูงานที่ประเทศโปแลนด์ คงจะได้นำความคิดเห็นของคุณอิทธิพลมาเสนอสู่กันฟังได้ ศิลปินที่กล่าวถึง :- ชะลูด นิ่มเสมอ ประหยัด พงษ์ดำ ดำรง วงศ์อุปราช ประพันธ์ ศรีสุตา เดชา วราชุน ทวน ธีระพิจิตร สัญญา วงศ์อร่าม อิทธิพล ตั้งโฉลก Alan Green Tetsuya Noda Eino Attonsh Micheal Kidner Hansijorg Voth


Pishnu Supanimitr.. “Ittipol Tangchalok: A Thai Artist Receives an International Award in Norway.” Year 25, Vol.21, (19 November, 1978) : 36 – 37.

Pishnu briefly describes the nature and history of graphic art in Thailand. Ranking Japanese fine art print-making as Asia’s finest, he puts Thai graphic artists in second place, citing the master Thai print-makers - - Chalud Nimsamur, Prayad Pongsdam, Damrong Wonguparat, Prapan Srisuta, Decha Worachun, Tuan Tirapichit, Sanya Wong-aram, Itti Kongkakul and Pichai Kankulsuntorn - - who have won honors in international competitions. Kamol Tasananchali is another Thai artist who has been honored abroad. Ittipol Tangchalok* has recently place second in the 4th Annual International Graphic Arts Exhibition in Norway. When Ittipol returns from a trip to Poland sponsored by the Polish government, Pishnu promises to get some of his ideas to share with readers of the Silpa/Wattanatham column. (*work pictured)

พิษณุ ศุภ. เก็บตก จากนิทรรศการศิลปะที่เชียงใหม่ (ตอนที่ 1) 26 พ.ย. 2521 (น. 36-38)
หลังจากการไปแสดงนิทรรศการศิลปะที่เชียงใหม่โดยนักศึกษาจากคณะจิตรกรรมฯ ประสบความสำเร็จด้วยดีมีผู้คนเข้าชมกันมากมาย คุณพิษณุจึงได้ตั้งข้อสังเกตุวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้การแสดงศิลปะนี้ประสบความสำเร็จ ซึ่งนอกเหนือจากการประชาสัมพันธ์ที่ดี เป็นข้อๆ
1. ชาวเชียงใหม่มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดี จึงมีความพร้อมที่จะเสพศิลปะ
2. จังหวัดเชียงใหม่มีความเจริญ และคนมีความพร้อมที่จะรับวิทยาการใหม่ๆ
3. การศึกษาศิลปะใน จ. เชียงใหม่มีความตื่นตัว มีสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนศิลปะหลายแห่ง
4. เชียงใหม่เป็นเมืองที่สั่งสมศิลปะมายาวนานเก่าแก่มากมาย
5. เชียงใหม่ยังขาดแคลนการแสดงศิลปะที่จริงจังและมีคุณภาพ เมื่อมีนิทรรศการที่น่าสนใจจึงได้รับการต้อนรับอย่างดี

Pishnu Supanimitr. “Odds and Ends from Art Exhibiton in Chiengmai.” Year 25, Vol.22, (26 November 1978) : 36 – 38.

In Chiengmai for the opening of an exhibition by students from Silpakorn, Pishnu notes how that the Northern people receive these shows with warmth and kindness. The local television station, local newspapers and radio programs gave the show good publicity. Impressed with local interest in art exhibitions, Pishnu suggests several reasons for strong local interest in these art exhibitions. First, the quality of life of people, generally, is good. People are still interested in beauty and things finely crafted. Pishnu notes that education in Chiengmai is improving. There are more opportunities to study art in an area already rich in art and culture. There are not many serious art exhibitions, and people travel long distances to see some of the shows. Pishnu notes that Chiengmai’s Governor Prateuang Sintipong visited the exhibition and appreciated what he saw. Local people have great skill and sensitivity in making their folk products. Examples of their work should be preserved. Chiengmai needs an art museum or art center.




พิษณุ ศุภ. เก็บตก จากนิทรรศการศิลปะที่เชียงใหม่ (ตอนที่ 2) 3 ธ.ค. 2521 (น. 36-37)
ว่าด้วยศิลปะพื้นบ้านล้านนากล่าวถึงการผลิตศิลปะหัตถกรรมพื้นบ้านที่กำลังเปลี่ยนแปลง เนื่องจากมีระบบอุตสาหกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้คุณภาพทางด้านความสร้างสรรค์ความประณีตน้อยลงไป ผู้เขียนเรียกร้องให้หน่วยงานราชการมาดูแลช่วยเหลือไม่ให้ชาวบ้านถูกขูดรีดจากระบบเศรษฐกิจมากเกินไป ซึ่งการทำให้พวกเขาสามารถมีอิสระและสร้างงานหัตถกรรมที่มีคุณภาพมากขึ้น และเตือนให้เร่งอนุรักษ์ผลงานหัตถกรรมที่มีความประณีตเอาไว้เช่น เก็บเป็นพิพิธภัณฑ์ล้านนา เพื่อการศึกษาของคนรุ่นหลัง ก่อนที่จะโดนชาวต่างชาติกว้านซื้อผลงานเหล่านี้เป็นของตนเองจนเราไม่มีเหลือไว้ศึกษาเลย

Pishnu Supanimitr. “Odds and Ends from Art Exhibiton in Chiengmai, Part 2 – Regarding the Folk Art of Lanna.” Year 25, Vol.21, (3 December 1978) : 36 – 37.

Everyone knows that Chiengmai is a long-standing center of art and culture in the North. It is still lovely and is rich in the art of temples, mural paintings, and architectural decoration. Even so, this ancient art is slowly deteriorating. Neither local officials or the local people involved know how to take care of this art properly. The monks put nails by which to hang their mosquito nets from walls covered by splendid old murals. Pishnu complains that the fine skills and true aesthetic quality of much folk art tends to be destroyed because modern marketing requires speed of production and quantity. Local craftspeople need help from the government and from educational institutions to help them streamline their production processes and make the best of their designs. The present generation must learn to help preserve art in order to educate the coming generations. Researchers from Japan have already come to Thailand to interview the local craftspeople and to collect many examples of fine work to carry back to Japan. Chiengmai people should show more appreciation for their local crafts. There should be a folk art museum. Otherwise, Thai people might someday have to travel to Japan to learn about some parts of their own craft history.

พิษณุ ศุภ. 3 ปีแห่งปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน 10 ธ.ค. 2521 (น. 36-38)
เนื่องจากสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สิทธิมนุษยชน คุณพิษณุได้ท้าวความถึงการที่ประเทศไทยได้ร่วมให้สัตยาบัน (สาบาน) กับประเทศอื่นในองค์การสหประชาชาติว่าจะเคารพในสิทธิมนุษยชน แต่ผู้เขียนเห็นผ่านเวลานั้นมา 29 ปีแล้ว แต่สิทธิมนุษชนในประเทศไทยยังไม่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การเมืองการแพ่ง (กฎหมาย) ด้านสังคม ต่างก็ดูว่ายังไม่เท่าเทียมกันอยู่ ในโอกาสนี้สมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายและกลุ่มส่งเสริมสถานภาพสตรี ร่วมกับสถาบันสอนภาษา A.U.A. จัดนิทรรศการสิทธิมนุษยชน ครบรอบ 3 ปี ของปี ของปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนขึ้น ซึ่งมีทั้งการอภิปราย ภาพยนตร์ และนิทรรศการศิลปะ ในส่วนของนิทรรศการศิลปะ เป็นภาพเกี่ยวกับผู้คนในสลัม ซึ่งผู้เขียนแสดงความเห็นว่าแม้คุณภาพทางด้านฝีมือจะยังอ่อนด้อยแต่มีความน่าสนใจในเนื้อหาที่แสดงออก

Pishnu Supanimitr. “30 Years of the Universal Declaration of Human Rights.” Year 25, Vol. 24, (10 December 1978) : 36 – 38.

Pishnu gives his column space to a consideration of Human Rights Week. Thailand signed the declaration 29 years ago and has a pretty good record for respecting human rights. Pishnu mentions King Ramkamhaeng and the 5th King, both of whom showed awareness of human rights. However, there are still many things to improve regarding human rights in Thailand. An exhibition at the American University Alumni Association by the association of women lawyer’s and women’s rights activists aims at arousing public interest in human rights issues. The exhibition also includes 20 works* by anonymous artists dramatizing the sufferings of the poor. The right to enjoy works of art is one of those universal rights, Pishnu notes with satisfaction. (*2 paintings pictured)

พิษณุ ศุภ. เก็บตกจากนิทรรศการศิลปะที่เชียงใหม่ ตอนที่ 3 ว่าด้วยปัญหาของการศึกษาวิชาศิลปะ17 ธ.ค. 2521 (น. 37-38)
กล่าวถึงเขตภาคเหนือที่ยังขาดแคลนครูที่มีความรู้ทางศิลปะในการสอนศิลปะทั้งปริมาณและคุณภาพ โดยมีการศึกษาจากสถิติต่างๆ ผู้เขียนเชื่อว่าหากมีครูที่สอนศิลปะ และมีการเรียนศิลปอย่างถูกวิธี จะทำให้นักเรียนมีจิตใจรักศิลปะและจะมีความคิดเห็นที่เป็นอิสระในการแสดงออกต่อศิลปะ และกล้าวิพากษ์วิจารณ์งานศิลป์ที่ตนชอบและไม่ชอบ



Pishnu Supanimitr.. “Odds and Ends from Art Exhibition in Chiengmai, Part 3 – Regarding the Problem of Teaching Art.” Year 25, Vol.25, (17 December 1978) : 37 – 38.

The problems of art education in Chiengmai can be taken, generally, to represent problems in art education around the country. The situation of most art teachers presently appears very discouraging. They are often drafted by school administrators as all-purpose decorators for school activities with little importance attached to their classroom teaching. Sometimes regarded as eccentrics or radicals, art teachers actually bring children into contact with beauty, helping the children to grow in confidence and imagination and to express themselves more freely. Pishnu presents a chart of statistics from a research by Wattana Wattanapan at the Faculty of Education, Chiengmai University, on the number, distribution and educational qualifications of art teachers in local primary and secondary schools in the North. The statistics show the weakness of art programs and the inadequate quality and number of art teachers. Pishnu urges national curriculum planners to take this information into consideration for the future.


พิษณุ ศุภ. เก็บตกจากนิทรรศการศิลปะที่เชียงใหม่ ตอนที่ 4 ว่าด้วยศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมกับ “ศิลปินกลุ่มลานนา” 24 ธ.ค. 2521 (น. 36-38)
คุณพิษณุแสดงความต้องการที่จะผลักดันให้เกิดศูนย์ศิลปะวัฒนธรรม ซึ่งหวังว่าจะเป็นศูนย์รวมของศิลปะทุกชนิด ทั้งศิลปะพื้นบ้าน หรือนิทรรศการศิลปะสมัยใหม่ นอกเหนือจากนั้น ยังเสนอการที่จะพัฒนาศิลปะร่วมสมัยของไทยโดยเสนอว่าการรวมกลุ่มของศิลปินจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดกิจกรรมที่สร้างสรรค์ได้ และยกตัวอย่างศิลปินกลุ่มหนึ่งชื่อว่า “ศิลปินกลุ่มลานนา” ซึ่งเป็นทั้งศิลปินและครูบาอาจารย์มารวมตัวกัน แสดงผลงาน ณ หอประชุม อำเภอเมืองเชียงใหม่



Pishnu Supanimitr.. “Odds and Ends from Art Exhibition in Chiengmai, Part 4 - Regarding a Center for Art and Culture and the Lanna Group of Artists.” Year 25, Vol.26, (24 December 1978) : 37 – 38.

Reviewing his long discussion, concluded here, about how interested the Chiengmai people are in art, Pishnu recalls his reasoning that this ancient northern city is rich in art and culture. The economy is good, and people have time for art. They also see their city as being in competition with Bangkok to a certain extent, and feel that they are as good as Bangkok. Pishnu suggests that the government and private sector in Chiengmai should offer more support to the development of art. In his second article, Pisanu focused on the fine folk art and crafts practiced by the northern people. To make the best of this wonderful heritage, the youth must be educated. The pressing need for development of art education was the subject of the third article. Pisanu complains that, although Chiengmai is a favorite venue for seminars of all kinds, the participants who come from afar too often want only to sample the local sex trade when their meetings are over. Even Hong Kong, which has little cultural history of its own, was able to host the Asian Arts Festival, says Pishnu calling upon the government of Chiengmai to give better support to the development of the local artworld. Buriram teacher’s college is showing signs of becoming a regional leader in the arts. A group of teachers and artists in Chiengmai have formed ‘the Lanna Group of Artists.’ The governor of Chiengmai opened that exhibition. May it be the first of many to follow.


พิษณุ ศุภ. “ศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 25 นิทรรศการศิลปที่บางแสน จิตตกโร และ ประเทือง เอมเจริญ” 31 ธ.ค. 2521 (น. 36-38)
เป็นการเล่าข่าวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับศิลปะหลายข่าว โดยเริ่มจาก
1. ส.ค.ส. จากกรมศิลปากร ซึ่งประชาสัมพันธ์ถึงความสวยงามของ ส.ค.ส. ที่จำหน่ายที่พิพธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
2. การประกวดภาพเขียนสำหรับเด็ก เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ โดยมีหัวข้อเรื่องว่า “วันเด็กของฉัน” ซึ่งจดขึ้นที่หอศิลปะสะพานปิ่นเกล้า
3. ข่าวการจัดการแสดงศิลปะกรรมแห่งชาติครั้งที่ 25 โดยมรกรมศิลปากรกับมหาวิทยาลัยศิลปากรร่วมกันจัด ณ พิพธภัณฑ์สถานแห่งชาติ โดยเชิญชวนให้ศิลปินร่วมส่งผลงานประกวด
4. ศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน ภาควิชาศิลปะและวัฒนธรรม คณะมนุษยศาสตร์ กับชมรมศิษย์เก่าเพาะช่างชลบุรี ร่วมกันจักนิทรรศการศิลปกรรมครั้งที่ 2 ณ ตึก หอสมุด ม.ศ.ว.ชลบุรี โดยมีผลงานของศิลปินร่วมแสดงคับคั่ง
5. จิตตกโร ภิกขุ กับประเทือง เอมเจริญ จะร่วมกันแสดงงานวันที่ 12 ม.ค. 2522 ณ สถาบันวัฒนธรรมเยอรมัน ถนนพระอาทิตย์


Pishnu Supanimitr.. “The 25th National Art Exhibition - Exhibition at Bangsaen
Jittokroh and Prateuang Emcharoen.” Year 25, Vol. 27, (31 December 1978)

Pishnu extends New Year’s greetings from the Fine Arts Department, noting that the department has put cards on sale for the season bearing reproductions of the works of two important contemporary Thai artists, Prasong Patamanudt and Khien Yimsiri. (Pishnu notes with satisfaction and humility that he urged them to do that last year.) They are on sale at the National Museum. A children’s art competition has been organized at the National Gallery for Children’s Day on the topic ‘My Children’s Day’.
The 25th National Art Exhibition is coming up and is becoming an official, regular event on the calendar. Artists, Thai or foreign, please get your work ready. Silpakorn University is negotiating for prize money with the Ministry of Finance.
The Department of Art and Culture, Faculty of Humanities, at Srinakharinviroj University at Bangsaen and the Poh Chang Alumni Association in Chonburi are organizing an exhibition which will feature a host of big names in the Thai art world. The Bangsaen campus aims to become a center for art and culture in the region.
Prateuang Emcharoen and his younger brother, Jittokroh Bikku will have an exhibition at the German Cultural Institute.Finally, Pisanu answers at length a strongly worded ‘letter to the editor’ from a university researcher in Chiengmai, scolding him for not crediting his sources of information.

1 comment:

Alexander Barnett said...

Since you are interested in Vincent’s life and work, you might want to look at the Notes section on www.theeyesofvangogh.com. I am the writer and director of the new independent film on his life.